ยินดีต้อนรับแด่สุสานคนหล่อ

บ้าการเมือง คลั่งวรรณกรรม สำส่อนศิลปะ ชอบพิจารณาภาพนู้ด

Subscribe to RSS feed

บทเพลง ความรู้สึก ความจริง และชีวิต

การขับร้องที่เรียกว่า “เพลง”
เกิดมาพร้อมกับมนุษย์จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ทุกชาติ ทุกชนชั้น
ทุกสมัยมีเสียงเพลงเป็นของคู่กับชีวิตแม้ศาสนาต่าง ๆ จะมีบทสวด และบทร้อง
เป็นลักษณะคำคล้องจอง นับว่าเป็นเพลงอีกแบบหนึ่ง
วรรณคดีเป็นเพลงเชิงระบบ
ที่มีความอ่อนโยนตามความงามของธรรมชาติ
ไม่ว่าอดีต หรือปัจจุบัน เพลงจะมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของคนไม่น้อย
ต้นกำเนิดเพลงมาจากธรรมชาติและสัจธรรมชีวิต
และเพลงก็ได้ตอบสนองธรรมชาติและสัจธรรมชีวิตเช่นกัน
“ ความรัก” มีอิทธิพลต่อบทเพลงมากที่สุดก็ต่อเมื่อผู้ประพันธ์เพลงเคยมีประสบการณ์ด้านความรักและชีวิตมาจึงจะสามารถ
ถ่ายทอดความจริงแห่งความรักเป็นบทเพลงได้
และบทเพลงนั้น
จะสนองอารมณ์ ผู้ฟังจากการเทียบเคียง
ความรู้สึกให้ไกล้เคียงกับความรู้สึกผู้ประพันธ์
และอารมณ์ผู้ร้องเป็นตัวแปรสำคัญ
หลายครั้งที่บทเพลงบีบเอาน้ำตาจากดวงตาอันเศร้าสร้อยของคุณ
ล่วงหล่นสู่พื้นหน้าเจ้าแม่ธรณีในขณะที่บทเพลงได้พัดพาความรู้สึกไปสู่ภาพฝันแห่งเสียงเพลง
อารมณ์ล่องลอย ล่องลอยจนสู่กู่ทีเดียว
อารมณ์เพลงขึ้นอยู่กับอารมณ์คน
คุณมีความสุข เพลงเศร้าหรือผิดหวังไม่สามารถสะกิดผนังหัวใจคุณได้
ในทางกลับกัน คุณกำลังทุกข์เศร้า เพลงสนุกๆ จะเพิ่มความรำคาญแก่คุณ
บางคืนคุณอยากฟังเพลงเศร้าๆ บางคราวต้องการฟังอย่างไร สถานการณ์จะเป็นตัวเลือก
เพลงยุคปัจจุบันมีข้อเสียในการตอกย้ำ ความเจ็บช้ำ ของคนเป็นส่วนใหญ่ เช่นคนอกหัก
แล้วยังมาฟังเพลงเศร้าๆ
แทนที่จะปลอบใจคุณ มันกลับกดคุณจมดิ่งสู่ห้วงเหวแห่งความเศร้า เต็ม... เต็ม...
แต่มันเป็นความต้องการของคุณ
เพลงจำพวก ให้กำลังใจหรือสมหวัง
กลับมีความคะแนนนิยมอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ทำไม หนอ ? คนจึงชอบสมน้ำหน้าตัวเอง
หรือเป็นเพราะว่า
มนุษย์กว่าครึ่งของของโลก แบกความเจ็บช้ำ ทุกข์เศร้า ไว้เต็มอก
ความรู้สึกของคนจะมีเส้นตรงมาตรฐานที่ตรงกันบทเพลงที่สามารถทะยานสู่เส้นตรงที่ได้
บทเพลงนั้นจะตรึงกับหัวใจทุกดวงที่มีความรู้สึก
ในแนวเส้นตรงเส้นตรงเดียวกันนี้ไปนานแสนนาน และมันจะเป็นเครื่องทบทวนความรู้สึกได้เป็นอย่างดี
เพลงเหล่านี้มีให้เห็นแล้วในความทรงจำของแต่ละคน
คิดย้อนดูดีๆ สิ

JOIN MY BLOG NOW!!!!

Because it's full with the real life of the movent and the truth of the time. It's also contain the life's heart. I'm sure you're looking for these.

ดอกไม้ ผีเสื้อ

ดอกไม้ ผีเสื้อ

ณ สวนภิรมณ์บุปผา เพลารุ่ง
มาลาล้านนับเปิดปีกรับแสงอุ่นแห่งอรุณ
บอบบาง อ่อนโยนยิ่งแสงเจ้า
ผีเสื้อหลากหลายสีสลับ จับต้องบุปผา สุดคณานับได้
ดอกแล้วดอกเล่า ผีเสื้อเจ้า เชยชิมมิอิ่มเอม
ลวดลายบนผิวกายเจ้าว่างามนัก ยังพ่ายให้พรรณนาแห่งมาลี
ผึ้งตัวดุเห็นสีสัน ยังไม่สามารถใจอดเชยชมได้
ดอกไม้เจ้าสยบความดุร้ายได้นี่นา
ไม่น่าเชื่อ ! แสงอ่อนสริยา บัดนี้เจิดจ้าเผาผลาญ
เหล่าแมลงฤาสู้รังสีแสง ตัวแทนแห่งอัคคี
หลบเข้าที่ร่ม นั่นปะไร ความร่มเงางาม แม้ไม่ดึงดูดนัก
แต่เป็นที่พักอันยิ่งยวด
มาลีหลากสี.... บัดนี้เหี่ยวเฉา ไร้โสภาอันน่าเชยนั้น
ผีเสื้อ แมลงน้อย ผึ้งนั้นเบนหน้า สู่ทิศใหม่
คงชื่นชมเจ้าดอกไม้ แค่ยามอรุณรุ่ง
เจ้าอย่าลืมว่า เจ้างาม เพราะดินน้ำใต้รากเหง้า
แสงนั้นโอบอุ้มเจ้าในวันต้น
นานเข้าแสงเองมิใช่เหรอ ผลาญเผาย่อยยับ
เจ้าอยู่ในที่โล่งแจ้ง ดึงแมลงเข้ามาเชยชม
ความบอบช้ำกลับตกอยู่บน ความงามอันฉาบฉายนั้น
พึงงามอย่างสง่าและทะนงในศักดิ์
มิใช่งามเพื่อล่อแมลงมาเชยชม…
....งามอย่างมีคุณค่าและน่าชม