บทเพลง ความรู้สึก ความจริง และชีวิต
Monday, January 21, 2008 4:17:14 AM
เกิดมาพร้อมกับมนุษย์จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ทุกชาติ ทุกชนชั้น
ทุกสมัยมีเสียงเพลงเป็นของคู่กับชีวิตแม้ศาสนาต่าง ๆ จะมีบทสวด และบทร้อง
เป็นลักษณะคำคล้องจอง นับว่าเป็นเพลงอีกแบบหนึ่ง
วรรณคดีเป็นเพลงเชิงระบบ
ที่มีความอ่อนโยนตามความงามของธรรมชาติ
ไม่ว่าอดีต หรือปัจจุบัน เพลงจะมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของคนไม่น้อย
ต้นกำเนิดเพลงมาจากธรรมชาติและสัจธรรมชีวิต
และเพลงก็ได้ตอบสนองธรรมชาติและสัจธรรมชีวิตเช่นกัน
“ ความรัก” มีอิทธิพลต่อบทเพลงมากที่สุดก็ต่อเมื่อผู้ประพันธ์เพลงเคยมีประสบการณ์ด้านความรักและชีวิตมาจึงจะสามารถ
ถ่ายทอดความจริงแห่งความรักเป็นบทเพลงได้
และบทเพลงนั้น
จะสนองอารมณ์ ผู้ฟังจากการเทียบเคียง
ความรู้สึกให้ไกล้เคียงกับความรู้สึกผู้ประพันธ์
และอารมณ์ผู้ร้องเป็นตัวแปรสำคัญ
หลายครั้งที่บทเพลงบีบเอาน้ำตาจากดวงตาอันเศร้าสร้อยของคุณ
ล่วงหล่นสู่พื้นหน้าเจ้าแม่ธรณีในขณะที่บทเพลงได้พัดพาความรู้สึกไปสู่ภาพฝันแห่งเสียงเพลง
อารมณ์ล่องลอย ล่องลอยจนสู่กู่ทีเดียว
อารมณ์เพลงขึ้นอยู่กับอารมณ์คน
คุณมีความสุข เพลงเศร้าหรือผิดหวังไม่สามารถสะกิดผนังหัวใจคุณได้
ในทางกลับกัน คุณกำลังทุกข์เศร้า เพลงสนุกๆ จะเพิ่มความรำคาญแก่คุณ
บางคืนคุณอยากฟังเพลงเศร้าๆ บางคราวต้องการฟังอย่างไร สถานการณ์จะเป็นตัวเลือก
เพลงยุคปัจจุบันมีข้อเสียในการตอกย้ำ ความเจ็บช้ำ ของคนเป็นส่วนใหญ่ เช่นคนอกหัก
แล้วยังมาฟังเพลงเศร้าๆ
แทนที่จะปลอบใจคุณ มันกลับกดคุณจมดิ่งสู่ห้วงเหวแห่งความเศร้า เต็ม... เต็ม...
แต่มันเป็นความต้องการของคุณ
เพลงจำพวก ให้กำลังใจหรือสมหวัง
กลับมีความคะแนนนิยมอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ทำไม หนอ ? คนจึงชอบสมน้ำหน้าตัวเอง
หรือเป็นเพราะว่า
มนุษย์กว่าครึ่งของของโลก แบกความเจ็บช้ำ ทุกข์เศร้า ไว้เต็มอก
ความรู้สึกของคนจะมีเส้นตรงมาตรฐานที่ตรงกันบทเพลงที่สามารถทะยานสู่เส้นตรงที่ได้
บทเพลงนั้นจะตรึงกับหัวใจทุกดวงที่มีความรู้สึก
ในแนวเส้นตรงเส้นตรงเดียวกันนี้ไปนานแสนนาน และมันจะเป็นเครื่องทบทวนความรู้สึกได้เป็นอย่างดี
เพลงเหล่านี้มีให้เห็นแล้วในความทรงจำของแต่ละคน
คิดย้อนดูดีๆ สิ










