Monday, 2. November 2009, 08:35:18
เรื่องเล่าของเกี่ยวกับลุงโฮ (ลองแปลมาไว้อ่านเล่นครับ ถ้าผิดตรงไหนเม้นแนะได้ครับ)
จำใจต้องจาก (เวียดนาม)
เป็นช่วงชีวิตหนึ่งของลุงโฮ ซึ่งต้องโบกมือลาเวียดนามที่ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอน
เพื่อเสาะหาแนวทางในการกอบกู้ชาติการเดินทางเพื่อจุดประสงค์และเป้าหมายใน
หลากหลายประการไม่ว่าจะเป็นการปลุกระดมหรือหาแนวร่วมในต่างประเทศให้รับร
ู้ถึงความเลวร้ายแห่งสงคราม ที่ทำให้น้ำตาอันบริสุทธิ์ต้องทะลักพร้อมๆกันกับห่าลูก
กระสุนราวกับพายุฝนโหมกระหน่ำในแผ่นดินของตน
เช้าวันหนึ่งในต้นเดือนมิถุนายน ปี 1911 เมื่อเหงียน เทิ้ด แถ่ง ก้าวเท้าขึ้นบันได
เรือสัญชาติฝรั่งเศส มีชื่อว่าลาตูสเทรเวล (Latouche Tréville) ที่กำลัง
เทียบอยู่ท่าเรือ หย่าส่ง เมืองไซ่ง่อน บังเอิญท่านได้รู้จักกับกลาสีเรือ ชื่อว่ามาย
แถ่งขอมายทำงานในเรือหรือช่วยงานในเรืออะไรก็ได้ มายตอบกลับมาว่า ตอนนี้
ไม่งานอะไรให้คุณช่วยหรอก พอแถ่งหันหลังกำลังจะเดินกลับ มายก็ร้องบอกแถ่งว่า
-พี่ตามฉันมานี่ซิ ฉันจะแนะนำคุณให้พบกับกัปตันเรือ บางทีกัปตันอาจจะมีงานบาง
อย่างให้ท่านทำก็ได้นะ
-คุณทำงานอะไรได้บ้าง? ...กัปตันเรือ เอ๋ยถาม แถ่งไม่รอช้าด้วยความที่เป็นคน
ขยันหมั่นเพียรและไม่เกี่ยงงาน แถ่งเลยตอบกัปตันเรือไปว่า ผมทำงานได้ทุกอย่าง
ครับ ผมทำได้ กัปตันเรือมองเห็นความตั้งใจในตัวแถ่ง จึงให้โอกาสแถ่งได้ทำงาน
เป็นผู้ช่วยในครัวของเรือฝรั่งเศสลำนั้น แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นแถ่งมาเริ่มงานเป็นวันแรก
เลยแล้วกัน กัปตันเรือกล่าว
จากวันนั้นเหงียนเทิ้ดแถ่ง รู้สึกว่าตัวเองจะต้องใช้ชื่อใหม่แล้ว ท่านจึงเปลี่ยนชื่อตัวเอง
วันบา นับตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน 1911 วันบาใช้สองมือของตนสร้างงานสร้างเงิน
เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตและเพื่อ...ค้นหาความจริง
ในเรือลำดังที่กำลังจะเดินทางไปยังประเทศฝรั่งเศสนั้น มีวิศวกรคนหนึ่งชื่อ บุ๋ยกวางเจียว
เป็นผู้ที่มีฐานะร่ำรวยอีกทั้งเป็นคนที่มีชื่อเสียง เขาร่วมเดินทางบนเรือลำเดียวกัน
โดยเขาพาลูกชายของเขาเดินทางไปศึกษาต่อที่ฝรั่งเศส ท่านอาจจะได้ข่าวคราว
เกี่ยวกับมาจากคุณปู่เหงียน ซิง ฮุยว่า มีบุตรชายที่ชื่อเหงียนเทิ้ดแถ่ง แต่ก็ไม่รู้นะ
ครับว่าเขาจะรู้ไหมว่าคนที่ทำงานเป็นผู้ช่วยกุ๊กในครัวนั้นเป็นลูกเต้าเหล่ากอของใคร
และอยู่มาวันหนึ่ง ท่านมองเห็นแถ่ง ท่านอาจจะจำได้แต่ไม่แน่ใจ เลยเอ๋ยถามหนุ่ม
น้อยคนหนึ่งไปว่า
-ทำไมลูกต้องมาทำงานในห้องครัวหนักๆและยากลำบากอย่างนี้ เลิกทำงานนี้เถอะ
ลูกควรจะหางานที่ไม่หนักและได้ค่าตอบแทนที่ดีกว่านี้
...นายบา ก้มหน้าแล้วกล่าวคำขอบคุณแต่ไม่ได้พูดอะไรโต้ตอบคำถามหรือเห็นด้วย
กับคำเสนอแนะของเศรษฐีคนนั้น
(จากเรื่องเล่าของ เจิ่น เซิน เตียน จากหนังสือ เรื่องราวชีวิตและขบวนการความเคลื่อนไหวของโฮจิมินห์)