Memoir Mug of GONDIN

ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษ

Subscribe to RSS feed

Forgot I've this blog.....

Okay..may be I'm getting old like everyone said.
I've just found this blog and password ha..ha..
Let's start all over again.

กลับมาแล้ว

สวัสดีเจ้าค่ะ..
หาย..ย....ย..ไปเสียนานเป็นปีเลย
โธ่..ก็สมัยนี้มันมีนู่นนี่ให้เข้าไปเล่นเยอะแยะ
ก็เลยจำ password ของตัวเองไม่ได้
ลืมไปด้วยซ้ำว่ามี opera กับเค้าด้วย
เข้าสู่ภาวะสูงวัยแล้วก็เป็นเช่นนี้เอง 555
เอานะ..จะเข้ามาทิ้งร่องรอยให้เป็นกิจวัตรมากขึ้น
หวังว่ามิตรรักแฟนบล็อกจะกลับเข้ามาติดตามกันเหมือนเคยนะจ๊ะ

วันนี้เท่านี้ก่อน ขอไปลุ้นเยอรมันกับอังกฤษก่อนนะ
จริงๆ แล้วอยากเก็บเธอไว้ทั้งสองทีม
แต่มันคงเป็นไปมิด๊าย...

ดันมาเดือดร้อนตอนยามวิกาล

คืนวันที่ 13 พฤศจิกายน 2551 เวลา 11:57 น. ก่อสร้างข้างบ้านยังคงทำงานยามดึกต่อเนื่องกันมาหลายต่อหลายคืนอย่างไม่ลดละ
โทรศัพท์หา สน.ทองหล่อ รอบแรกติดไม่มีคนรับ รอบสองติดไม่มีคนรับ (สัตว์ประเภทอื่นก็ไม่มีรับ ไม่เฉพาะแต่คน) รอบสามติดจนได้
แจ้งว่ารบกวนติดต่อสายตรวจช่วยมาระงับเหตุให้ด้วย คุณผู้พิทักษ์สันติของราษฎรตอบว่า "เดี๋ยวเที่ยงค่อยโทร.มาอีกที กันลืม ตอนนี้กำลังเปลี่ยนกำลังพลกันอยู่"
เที่ยงหมาถึงเที่ยงคืน ซึ่งแหงะมือถือดูเวลามันก็เที่ยงคืนนั่นล่ะ แต่ท่านบอกว่าเดี๋ยวให้โทร.มาเตือนอีกที
เออ...เพิ่งรู้ว่าตำรวจทองหล่อท่านนั้น เขียนหนังสือไม่เป็น ถึงได้จดไว้ไม่ได้
ประชาชน...เซ็งอ่ะ

ก่อนที่จะโทร.หา สน.ทองหล่อ ก็โทร.หา 1133 ก่อนเพราะไม่แน่ใจเบอร์
พระเจ้าช่วยกล้วยทอดเน่า ติดนะ แต่มีเครื่องอัตโนมัติสั่งว่า "กรุณาวางสายแล้วติดต่อกลับมาใหม่" หลายครั้งที่โทร.ติด แต่มีโฆษณาให้ฟังซำไป ซ้ำมาหลายต่อหลายเที่ยว ก็ไม่มีมนุษย์รับโทรศัพท์ พยายามอยู่จนประสบความสำเร็จในรอบที่ "ติดต่อกลับมาใหม่" รอบที่ 6
ก่อนจะได้คุยภามนุษย์ ก็ฟังโฆษณาอยู่นานเหมือนเดิม
ประชาชน....ซึ้งใจอ่ะ

สงสัยว่าใครจะช่วยกระตุ้น สน.ทองหล่อได้บ้าง ลองโทร. 191 เป็นสายรอเรียก 2 รอบ ไม่มีสิ่งมีชีวิตที่พูดได้และเสียงจากเครื่องตอบรับใดๆ รอจนสายขาดเพื่อให้แน่ใจ ก็ยังไม่สำเร็จ
รอบต่อมา มีเสียงตอบรับทางโทรศัพท์บอกว่า "ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานอยู่"
เออ...เอาเข้าไป
ถ้าโดนยิงแล้วยังไม่ตายทันที คงอยู่รอแจ้งเหตุไม่ไหวแน่ๆ
ประชาชน...โมโหจัง

1644 สวพ.91 ดูซิ...จะเป็นไง
เออ.. 2 ครั้งก็ได้พูดคุยแล้ว ยังดีหน่อยที่เขาพอจะแนะนำอะไรได้บ้าง
ไม่ทำให้ช้ำใจคนง่วงนอนเหมือน สน.ทองหล่อ อันควรจะพิทักษ์สันติในกับราษฎร

เกิดใหม่ได้ ไม่เอาแล้วนะ กทม.

ก็ไม่ได้อยากพิการหรอก

จากข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับประจำวันที่ 31 ตุลาคม 2551 ลงเรื่องสภาฯผ่านร่างพิจารณา ก.ม.ลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบุคคลในครอบครัวที่เป็นผู้พิการ ให้สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ ผ่านด้วยคะแนนเสียง 266 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง ทั้งนี้ นายจุติ ไกรฤกษ์ สส.ของชาวพิษณุโลกล่าวอภิปรายว่า

"มาตรการดังกล่าวนี้มีผลน้อยมาก เป็นการสร้างภาพมากกว่าต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะขณะนี้มีผู้เสียภาษีให้รัฐจำนวนเพียง 5 ล้านคนเท่านั้น ในจำนวนนี้จะมีสักกี่คนที่มีบุพการี สามี ภริยา เป็นคนพิการ"

เฮ้อ..คิดได้แค่เนี้ย??


Hana .....

http://www.youtube.com/watch?v=x2VFIk2N8fA

คิดถึงจัง JAPON

ข้าราชการ

ได้รับหนังสือเล่มหนึ่งจากเพื่อนมาหลายเดือนแล้ว ชื่อหนังสือ "จำขึ้นใจ"ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรณรงค์เผยแพร่คุณธรรม จริยธรรม และการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบตามแนวคิดของสำนักงาน ก.พ.นับว่าเป็นความพยายามที่ดีในการกระตุ้นจิตสำนึกของการเป็นข้าราชการได้ค่อนข้างดี
โดยเฉพาะในช่วงเวลาปัจจุบันที่หลายคนเริ่มมีความรู้สึกอิ่มเอมกับกระแสสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก
มากเหลือเกิน ในบางครั้งก็ดูจะมากเกินไปเสียด้วยซ้ำ
แต่เราก็ไม่เคยคิดว่ามันเป็นความผิด เพราะความอิ่มเอมในเสรีภาพตามที่กล่าวมาแล้วนั่นเอง

จริงอยู่ ไม่ผิดอะไรที่ข้าราชการสักคนจะ "เลือกข้าง"หรือ "ถือหาง" หรือเป็น "กระบอกเสียง" ให้กับฝ่ายที่ตนรักและบูชา ในฐานะพลเมืองหรือประชาชนของประเทศ แต่การแสดงออกในบางเรื่องก็ยากที่จะตัดสินเหมือนกันว่า ในฐานะข้าราชการ
คุณกำลังทำเรื่องที่ถูกต้องอยู่หรือเปล่า

จำได้ว่าในใบสมัครเข้ารับราชการของทุกหน่วยงาน ในหัวข้อคุณสมบัติของผู้สมัครได้แจ้งไว้อย่างชัดเจน ซึ่งอาจจะเป็นข้อที่หนึ่งเสียด้วยซ้ำไปว่า "เป็นผู้ที่มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์"

ในความคิดเห็นส่วนตัวแล้ว (ขอย้ำว่าส่วนตัว)การจะเข้ามาทำอาชีพนี้ คุณต้องแน่ใจในตัวเองแล้วว่ามีคุณสมบัติครบตามที่กำหนดไว้ และการเข้ามามีอาชีพรับราชการนี้ก็เป็นอะไรที่เป็นการตัดสินใจของแต่ละบุคคล ไม่มีใครบังคับให้ทำ
เพราะฉะนั้น การระลึกถึงคุณสมบัติดังกล่าวนั้น ก็น่าจะจารึกอยู่ในใจของราชการทุกคน
...หรือเปล่า

หากจะมีข้าราชการคนใดเกลียดชาติของตัวเองมาก เบื่อหน่ายในศาสนาของตัวเองมาก หรือชิงชังสถาบันกษัตริย์ของตนมากขนาดนั้น ....
แล้วมาเป็นทำไมนะ ข้าราชการ!!
..ตลกจัง

แม่ค้าคือประชาชน .... ประชาชนคือแม่ค้า...

แม่ค้าเฮ-เลิกหยุดวันจันทร์ [21 ต.ค. 51 - 04:02]

เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ลานองค์พระ ศาลาว่าการ กทม. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. แถลงว่า
กรุงเทพมหานครได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชน กทม.
ในช่วงภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ 5 มาตรการ ประกอบด้วย

1. ให้หาบเร่ แผงลอย ในเฉพาะพื้นที่จุดขายที่ได้รับการผ่อนผันทำการค้าได้ตลอดทั้งสัปดาห์
แต่จะต้องมีวันหยุด 2 วันต่อเดือน เพื่อจัดระเบียบ และปรับปรุงทางเท้าให้เป็นระเบียบ
ส่วนเรื่องวันหยุดนั้นตนได้มอบ หมายให้ทางผู้อำนวยการเขตหารือ และตกลงร่วมกับผู้ค้าว่า ใน 2 วันหยุดนั้น
จะให้เป็นวันใดของเดือน ทั้งนี้ การอนุญาตให้ขายได้ดังกล่าวนั้นจะต้องทำตามกฎหมาย
และไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ใช้ทางเท้าสัญจร

GD: เค้าขายกันมานักต่อนักแล้ว ไม่ว่าจะวันจันทร์หรือวันไหน ไม่ว่าจะอยู่ในเขตผ่อนผันหรือเปล่า
หยุด 2 วันต่อเดือน เพื่อจัดระเบียบและปรับปรุงทางเท้าให้เป็นระเบียบ....เย๊..เฮ๊..ทางเท้าจะเป็นของประชาชน
ที่ไม่ใช่แม่ค้าเดือนละ 2 วัน ไชโย๊


2. เปิดพื้นที่ในแต่ละเขตทำเป็นตลาดนัดเฉพาะช่วงเวลา เช่น พื้นที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรม กทม.
สี่แยกปทุมวัน ทำเป็นตลาดนัดให้เยาวชนได้เข้ามาทำกิจกรรม ขายของทำมือ เบื้องต้นได้หารือแล้วว่า
ให้เป็นทุกๆวันเสาร์ โดยเริ่มเสาร์ที่ 1 พ.ย.นี้ และลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพฯ
เปิดให้เป็นพื้นที่ที่ประชาชน ข้าราชการ ลูกจ้าง ได้นำผลิตภัณฑ์มาขายสร้างรายได้ เสริมจากการทำงานประจำเป็นต้น
ในทุกวันศุกร์ช่วงเย็น ซึ่งจะเริ่มครั้งแรกวันที่ 31 ต.ค.นี้

GD: ขอใช้ที่จอดรถใต้ถุนลานคนเมืองบ้างได้ป่ะ ไปหาซื้อของสังฆภัณฑ์ หรือทานข้าวแถวนั้น
ตำรวจแจกใบสั่งเรื่อยเลย.. วันหยุดราชการว่างๆ ขอใช่มั่งฮิ่ คิดเงินก็ได้นะเอ้า


3. สร้างผลิตภัณฑ์ Made in Bangkok โดยดึงโรงเรียนส่งเสริมอาชีพ กทม. เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างภูมิปัญญา กทม.
ให้เป็นที่รู้จักอย่าง กว้างขวาง ทั้งนี้ จะสนับสนุนการคิดค้นสินค้าใหม่ๆ ที่เป็นภูมิปัญญา ทำการจดทะเบียนลิขสิทธิ์

GD:ผลิตภัณฑ์ Made in Bangkok?? อะไรอ่ะ

4. ส่งเสริมย่านการค้าดัง เช่น ประตูน้ำ โบ๊เบ๊ บางลำพูให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ส่งเสริมให้มีเอกลักษณ์ เฉพาะ
เช่น ทำร่มที่เป็นสัญลักษณ์เฉพาะที่ปรับปรุงทางเข้า ตู้โทรศัพท์ ป้ายบอกทาง เพื่อดึงนักท่อง-เที่ยวเข้ามาซื้อของ
เพิ่มรายได้ของผู้ค้า

GD: ประตูน้ำ >> ที่จอดรถลำบาก รถเมล์ไม่ค่อยเข้าป้าย แท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก จอดรับ จอดส่งไม่ได้ ตำรวจจับ
โบ๊เบ๊ >> ที่จอดรถน้อย รถเมล์น้อย รถรับจ้างจอดรับ-ส่งลำบาก บางลำพู >> ของแพง ของเดิมๆ ห้องน้ำหายากเกสต์เฮ้าส์เยอะคนไทยเป็นลูกค้ารอง


5. ส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยกำหนดให้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 ถึงเดือนตุลาคม 2552 เป็นปีแห่งการส่งเสริมการท่องเที่ยว
โดยร่วมทำกับภาคเอกชน

GD: ความสม่ำเสมอคือกุญแจแห่งความสำเร็จ ความสม่ำเสมอจะเกิดได้ต้องมาจากการวางแผนล่วงหน้าที่ดี
..รถรางชมเยาวราชยังอยู่มั้ยเนี่ย??


ทั้งนี้ ทั้ง 5 มาตรการจะเริ่มทดลองใช้อย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 2551 ถึงเดือนเมษายน 2552
รวมเวลา 6 เดือน จากนั้นก็จะมีการประเมินผลเพื่อสรุปหาแนวทางการทำต่ออย่างยั่งยืนหรือปรับปรุงแก้ไขต่อไป.

GD: ทดลองอย่างเป็นทางการ ...อืม..คำนี้เก๋ดีอ่ะ

[ขอบคุณข่าวจากไทยรัฐออนไลน์]
[การเน้นคำ เป็นเรื่องส่วนตัวตามอำเภอใจเจ้าของบล็อกเท่านั้น]
[ยังไม่รู้สึกว่าเป็นประชาชนที่ กทม.ช่วยเหลือจากวิกฤติเศรษฐกิจเลยเนี่ย ทำไงดี]

Fishy Busines



ฮ่า..ฮ่า.. ไม่มีอะไร๊ ก็แค่วันนี้อยากทานปลาเป็นอาหารกลางวันวันหยุดเท่านั้นเอง เดินไป Foodland (ไม่ได้กระแดะอยากกินของแพงหรอกนะ เผอิญอยู่หน้าบ้าน)
โฉบไปโฉบมา ก็ไปเจอเอาคุณเก๋าตัวน้อยตัวนี้เข้า รู้สึกถูกชะตาเลยสอยใส่ถุงมา ก่อนจะเดินล่องลอยไปหากระเทียม เพราะหน้าตาอย่างคุณเก๋านี่เหมาะกับการทอดราดกระเทียมเจียว โดยมีพรรคพวกเป็นข้าวร้อนๆกับน้ำปลาพริกมั่กๆ

อย่างไรก็ดี.. เป็นทางการไปหน่อยมั้ง ผ่านไปเจอซ๊อสสำหรับผัดพริกไทยดำเข้าถุงละ 10 บาท เออ..เกิดเปลี่ยนใจอยากกินปลาพริกไทยดำขึ้นมาซะงั้น
กินคนเดียว อยู่คนเดียว ซ๊อสถุงละ 10 บาทนี่ก็ไม่เลวแฮะ คุณเก๋าในตะกร้าก็ตัวขนาดกำลังดี

ว่าแล้วก็วกกลับไปหาใบกระเพราสักหน่อย อยากได้แค่ 2 ต้น แต่เค้าขายเป็นห่อ เอาก็เอา ชอบนี่นะ ใส่เยอะๆก็ได้ หอมดี ส่วนผักที่จะใส่กับคุณเก๋าพริกไทยดำน่ะรึ
ไม่ยาก กินคนเดียวจะอะไรนักล่ะ โน่นไปตู้สลัดบาร์เลย พริกหวานเอามาสามสี หัวหอมใหญ่เค้าก็หั่นไว้เรียบร้อย ติดแอสพารากัสเล็กๆมาอีกหน่อย สามผักนี่ก็ประมาณ
หนึ่งขีด ก็พอเพียงแล้วสำหรับขนาดของปลา

มีเท่านี้เอง อาหารจานด่วนจานนี้..





ความทะลึ่งของคนนะ เค้าจะชำแหละปลาให้ก็ไม่เอา อยากกลับมาเล่นเอง ฮ่ะ..ฮ่ะ.. แต่ก็สนุกดี มันจะไปยากอะไรกับทำปลา
แล่ปลาเป็นชิ้นออกมา 2 ด้าน แล้วก็หั่นเป็นชิ้นเล็ก หัวเอาไว้ด้วยล่ะ เผื่อจะได้ดูดเล่นปิดท้าย ล้างปลา ล้างผัก เด็ดใบกระเพรารอไว้ จากนั้นก็มาสนุกกับปลากัน
ก่อนจะเอาท่านไปทำอะไร ต้องมีการประทิ่นผิวสักหน่อยเพื่อความสวยงาม เกลือเม็ดๆนั่นน่ะ คลุกไปกับเนื้อปลาซักหน่อย คิดเอาว่ามันน่าจะทำให้ปลาลดความคาวลงได้
เกลือเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มากในการทำอาหารทุกครั้ง ไม่รู้นะ ไม่ไช่โปรด้านนี้ แต่มักจะชอบให้เกลือแก้ปัญหาหลายอย่าง อีกอย่างที่รู้ๆกันอยู่ก็คือเกลือจะไม่ทำให้เนื้อปลาติดกระทะเวลาทอด



ใช่แล้ว.. เอาปลาไป deep fried ให้สีเหลืองทองสวย อย่าไปกลับมันมากนักตอนทอด เพราะมันจะเละเป็นปลาป่นได้ง่ายๆ



สวยจังเล๊ย... ใครนะเป็นคนทอด อิ..อิ..

จากนั้นก็เริ่มระดมพลที่เหลือ เอาปลาวางไว้ให้มันสะเด็ดสะเดิดน้ำมันไปก่อนนะ ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องชิม เพราะปลาตัวเล็กมันจะหมดซะก่อนถึงคิวลงกระทะ
ขั้นแรกเลยก็เอาผักจากสลัดบาร์ไปผัด (พริกหวานสามสี หอมใหญ่ และแอสพารากัส)เนื่องจากพริกหวานไม่ต้องการสุกมาก แอสพารากัสเค้าก็ต้มไว้แล้ว เพราะฉะนั้นดูให้หอมใหญ่สุกและใสก็พอแล้ว จากนั้นก็ฉีกซองมหัศจรรย์ ซ๊อสพริกไทยดำยังไง สาดลงไป รีดให้เกลี้ยงซองเพื่อความประหยัด ถ้าแห้งไปอาจเติมน้ำได้นี๊ดนึง จากนั้นก็ถึงคิดคุณเก๋าที่ตอนนี้กลายเป็น "ปลาทอง" ไปแล้วได้แสดงบทบาทบ้าง

ใส่ปลาลงไป ค่อยๆ คลุก..คลุก.. คลุก.. แล้วก็สาดใบกระเพราะลงไปเลย คลุกต่ออีก 2 พลิก แล้วปิดไฟใส่กลอน..เอ๊ยใส่จาน

ฉากผัดนี่ไม่มีรูปให้ดูหรอกนะ เพราะมือไม่ว่าง ผัดอยู่คนเดียว จะเอามือไหนมากดชัตเตอร์กันล่ะ จริงมั้ย
เพราะฉะนั้น รวบรัดแบบรายการทำอาหารแล้วกัน ผัดเสร็จแล้วก็จะได้ "ปลาเก๋าพริกไทยดำ" หน้าตาแบบนี้..ต่า..ด๊า...



ดูกันชัดๆ ให้เห็นหน้าตาที่ดูดีมีชาติตระกูลของอาหารจานด่วน พิเศษสุดสำหรับทานคนเดียวมื้อนี้


เอิ้ก...อร่อยจริงจริ๊ง.....

คนนี้ล่ะ..... ชอบนัก

วันนี้เปิด internet ไปเรื่อยเปื่อย เห็นหน้าใครคนหนึ่งแว๊บๆ
หันกลับไปดูแล้วก็ต้องดีใจ ใจเต้นตูมตาม ตูมตาม (คนละเรื่องกับแก๊สน้ำตาตำรวจไทยเด๊อค่ะ)

เจอ Gallery ภาพของป้า Tina Turner คนเนี้ย..


ชอบมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่ใช่สิ่ สาวๆ มากกว่ามั้ง
สมันก่อนก็ไม่ได้ไฮโซอะไรหรอก ก็เด็กสาวธรรมดาๆ คนหนึ่ง
ซึ่งก็มีบ้างที่จะสามารถเข้าถึงอะไรที่มันเป็นของนอกได้บ้าง
เช่นเทปเพลง หนังสือดาราฝรั่ง หนังฝรั่ง อะไรทำนองนั้น

แต่กับป้าทีน่า มาปิ๊งเต็มที่เอาตอนที่มีโฆษณาคู่กับพี่ปุ๊ อัญชลี นั่นล่ะ
เหมือนโดนสองเด้งเลย
โห..อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน

ขอเก็บภาพป้าไว้ตรงนี้ก็แล้วกันนะ อย่าว่ากัน
สำหรับพี่ปุ๊..ไม่ต้องแล้ว
ฟ้าลิขิตให้เรามาอยู่ซอยเดียวกันแล้ว
แอบดูพี่เค้าได้บ่อยๆที่ Foodland ซอยสุขุมวิท 16
ฮ่า..ฮ่า..




...เค้าปลื้มตัวเองนะ รู้ไว้


ภาพชีวิตจาก e-mail

เพื่อนส่งภาพนี้มาให้ทาง e-mail










ดูแล้วก็เห็นอะไรหลายๆอย่าง
..เห็นความตั้งใจดีของเด็กทั้งสองคน
..เห็นความฉลาดคิดแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของเด็ก(ที่น่าจะ)ต่างจังหวัด
..เห็นการต่อสู้ อ้อนวอนขอความช่วยเหลือ
..เห็นการไม่ยอมแพ้
..ทั้งผู้กำลังหมดหวัง และผู้ให้ความหวัง
..เห็นมิตรภาพ เห็นความกรุณาต่อสัตว์ร่วมโลก
..เห็นแล้วดีใจ

ขอบคุณสำหรับภาพถ่ายจากไหนไม่ทราบ มันล่องลอยมากับ e-mail
February 2012
M T W T F S S
January 2012March 2012
1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29