Skip navigation.

Log in | Sign up

photo of julyrhapsody

Attitude is everywhere

short notes

Theodor Collmann 1867 – 1949

Name: Theodor Collmann
Born: 20/09/1867
Nationality: German
Position: Former Director General of the Royal Siamese posts and telegraphs


แสตมป์ดวงแรกของกรมไปรษณีย์สยาม


Source: http://www.songkrangmxhome.de.tl/Deutsche-in-Siam.htm

MY BLOG: THE PERSPECTIVE

"บล็อกของดิฉัน" ที่ว่านี้ก็คือ "ใคร ๆ ก็เป็นนักข่าวได้"
ไม่สำคัญว่าจะเป็นข่าวชั้นไหน?

โดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นบล็อกใด ๆ การจะสร้างชื่อเสียงให้สิ่งใดต้องอาศัยเนื้อหา (Content) ที่ดี
แต่เขาว่ากันว่าเมื่อเนื้อหามีมากเกินไปแล้ว ต้อง (แข่งขันกัน) ประชาสัมพันธ์สุดฤทธิ์?

เช่น ภาพประกอบ> เพื่อเป็นบล็อกที่มีคนแสดงความคิดเห็นมากที่สุด ต้องโพสต์หลังเที่ยงคืนเล็กน้อย?




ที่บันทึกไว้ ณ ที่นี้เพราะดิฉันรู้สึกได้ถึงความเสื่อมของ "บล็อกของดิฉัน" ที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ
หนึ่งในความเสื่อมสำคัญก็คือ "เนื้อหา" อาจเป็นเพราะในแต่ละประเภท (กลุ่มบล็อก) ไม่มีเนื้อหาแม่เหล็ก
ทำเอาบล็อกเกอร์ชื่อดังคนไหนสักคน อาจต้องเหมาเขียนทุกประเภทเพื่อหล่อเลี้ยงให้บล็อกมีความสนใจเข้าไว้?

สิ่งที่น่าเศร้ายิ่งกว่าคือหากเนื้อหาคุณภาพไม่ได้รับการส่งเสริม
แต่เนื้อหาซ้ำซาก ลอกเขามาแต่งเติมอยู่ทุกวี่วัน ไม่มี Identity (หรือนี่คือ identity?) มีปริมาณมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
นานวันเข้าสิ่งนี้จะเป็นตัวทำลายอาณาจักรหนึ่ง ๆ ให้พังทลายลงได้

มีคนบอกอีกนั่นแหละว่า "เรื่องฉาวเพิ่มเรตติ้งได้" ตามมาด้วยกันถกเถียงเรื่อง "Manager Online:The Model of sucess"
แต่เราก็ได้ข้อสรุปว่าสูตรสำเร็จของ Manager ที่เอาเรื่องฉาวซ้อเจ็ดมาเพิ่มเรตติ้ง ไม่ได้แปลว่าใช้กับที่อื่น ๆ ได้
เพราะที่ Manager ประสบความสำเร็จระยะยาว ก็ด้วยความเป็นชุมชนที่นำเสนอเนื้อหาหลากหลาย ตั้งอยู่บนข่าวที่หามาเองในวัน ๆ หนึ่ง ไม่ใช่ "ข่าวชั้นสอง" (แปลว่าลอกต่อมาจากที่อื่น)....และสมาชิกโดยส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่านัก

เรื่องปัจจัยความสำเร็จนั้นน่าคิด
แต่เราต้องให้ความยุติธรรม ด้วยการไม่นำ Manager Online มาเปรียบเทียบกับ "บล็อก"
เพราะนั่นเขาเป็นเว็บข่าวจริงๆ ...บล็อกที่มีอยู่ก็เป็นแค่น้ำจิ้ม?

อย่างไรก็ตาม ด้วยความพยายามมีสาระ ในการที่ "บล็อกของดิฉัน" วางบทบาทของตัวเองเป็น "นักข่าวภาคประชาชน" นั่นเอง ทำให้หยั่งขาอยู่ในความมีสาระกับความไร้สาระอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งดูไปแล้วภาพ "นักข่าวภาคประชาชน" กลับขัดแย้งกับเนื้อหาส่วนใหญ่ขณะนี้ที่ดูแล้วก็เห็นชัดว่าเต็มไปด้วยการคิดถึงเรตติ้งมากกว่าคุณภาพ หรือถ้าจะเน้นสาระไปเรื่องการเมือง สิ่งแวดล้อม ดิฉันมองว่าเนื้อหาก็ยังวนเวียนซ้ำซากอยู่ และไม่ "จริง" เท่าไหร่

ขณะที่เนื้อหากำลังอ่อนปวกเปียกด้วย "ข่าวชั้นสอง"(ลอกจากที่อื่นมาแปะแม้แต่ข่าวฉาว) และเนื้อหาประเภทสายลมแสงแดดอื่น ๆ (รวมทั้ง เกมส์ เรื่องย่อหนัง)
ระบบของ "บล็อกของดิฉัน"..ก็ช่างลุ่ม ๆ ดอน ๆ จนมีคนเมาท์ว่าไม่มีเงินจ้าง programmer เก่ง ๆ?

นี่ก็คงไม่สามารถสู้ Blog อื่น ๆ เช่นกัน ได้ถ้าไม่ปรับปรุงระบบให้เสถียร (ยกเว้น Opera เป็นบางที?)
ขณะที่ดิฉันเขียนนี่ (ประมาณเที่ยงคืน) ยังเป็นอยู่แลย!

และที่ดิฉันเขียนเติมตอนบ่ายโมงวันต่อมา ก็....ยังเป็นอยู่
ตามหลักฐานข้างล่างนี้

พระเจ้ากรุงสยาม (หนังสือต้องห้าม)


เพิ่งรู้ว่า *เคย* เป็นของต้องห้ามด้วยกับหนังสือเล่มนี้ Rex Siamen Sium - พระเจ้ากรุงสยาม
ตอนแรกเห็นชื่อภาษาอังกฤษก็เกือบผ่านเลย แต่เห็นชื่อ ส. ธรรมยศก็หยิบมาอ่านเสียหน่อย เห็นว่าขึ้นชื่อลือชาเรื่อง *เปลือย* ความจริงนัก

ฉบับก่อนหน้านี้ (พิมพ์ครั้งที่ ๒) ตีพิมพ์โดยมติชน โปรยโฆษณาไว้ว่า "งานเขียนยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้ได้ชื่อว่าเป็นราชสีห์แห่งการเขียน"แต่ก็เก็บออกจากแผงไม่วางจำหน่ายอีกต่อไป จนกระทั่งพิมพ์ครั้งที่ ๓ ฉบับที่ข้าพเจ้าถืออยู่นี้ พิมพ์โดยสำนักพิมพ์โฆษิต จำนวน ๔๐๐ หน้า ราคา ๒๕๐ บาท

ที่ข้องใจคือทำไมต้อง "ต้องห้าม"? คนไทยภูมิปัญญาต่ำถึงขนาดคล้อยตาม "ใครก็ได้" ไปหมดทุกเรื่องหรือ? งั้นเราก็เป็นชาติที่ถูกปลุกระดมยุแหย่ง่ายน่ะสิ! (ก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นในบางครา)แทนจะปล่อยให้เราฝึกใช้เหตุผลไตร่ตรองตามข้อมูลของผู้เขียน (ที่เน้นอิงจากฝรั่ง) เปรียบเทียบกับข้อมูลด้านอื่น ๆ ให้รอบทาง

อ่านไปได้เล็กน้อย ก็มันส์ดี ด้วยการใช้ภาษาที่ *รบเร้า* ขณะเดียวกันก็เหนื่อย และรู้สึกว่าผู้เขียนเน้นย้ำความน้อยเนื้อต่ำใจเรื่อง "สถานภาพสังคมทางปัญญา" อะไรเทือกนั้นไปหน่อย

แล้วจะมาบันทึกต่อไปเรื่อย ๆ

หนังสือเกี่ยวกับ สอ เสถบุตร


- ชีวิตและการต่อสู้ของ สอ เสถบุตร
สำนักพิมพ์วิชั่น เขียนโดยพิมพวัลคุ์ เสถบุตร (๒๙๘ หน้า ราคา ๑๕๙ บาท,ปี ๒๕๔๕)
น่าอ่าน เพราะเรียบเรียงโดยภรรยาของ สอ เสถบุตร (พิมพวัลย์ เสถบุตร) จากคำบอกเล่าของ สอ เสถบุตร และบุคคลต่างๆ ในยุคอดีต พร้อมทั้งจดหมายที่สอ เสถบุตรเขียน ระหว่างที่เป็นนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง ในต่างประเทศ

จากชีวิตที่ต้องดิ้นรนตั้งแต่เด็ก เพราะช่วยมารดาหาเลี้ยงครอบครัวหลังจากที่บิดาเสียชีวิต ทำให้สอ เสถบุตร มีทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษตั้งแต่อายุ ๑๕ ปี จากนั้นได้ทุนฯ กระทั่งสำเร็จการศึกษาต่างประเทศ มีตำแหน่งเป็นหลวงมหาสิทธิโวหารเทียบเท่ารัฐมนตรีในปัจจุบัน แต่ไม่นานก็ต้องกลายมาเป็นนักโทษการเมือง "กบฏบวรเดศ ๒๔๗๖" ถูกถอดบรรดาศักดิ์ ด้วยศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตจองจำที่ บางขวาง, เกาะตะรุเตา และเกาะเต่า แต่เขาก็ไม่นั่งเหงาดูคลื่นหมดอาลัยตายจาก แต่ใช้เวลาเขียนพจนานุกรมอังกฤษเป็นไทย (เริ่มแรกใช้คำว่า ปทานุกรม) ทั้งฉบับห้องสมุด ฉบับตั้งโต๊ะ แอบส่งต้นฉบับออกมาตีพิมพ์นอกเรือนจำผ่านทางมารดาที่เดินทางเข้ามาเยี่ยม


- ลิขิตชีวิต สอ เสถบุตร :การต่อสู้และผลงานพจนานุกรมอันยิ่งใหญ่ในคุก
สำนักพิมพ์นานมี(?) เขียนโดยพิมพวัลคุ์ เสถบุตร (๒๘๐ หน้า ๑๙๕ บาท, ๒๕๔๘)
คิดว่ามันคงเป็นเล่มเดียวกันกับข้างบน ..ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง


- สอ เสถบุตร ดิกชันนารีแห่งชีวิต
สำนักพิมพ์สารคดี เขียนโดย ศรัณย์ ทองปาน (๑๓๖ หน้า ราคา ๑๗๐ บาท)
รวบรวมประวัติชีวิตตั้งแต่ในวัยเด็ก ข้าราชการ รัฐมนตรี นักโทษการเมือง มาสู่การสร้างสรรค์ดิกชันนารีเล่มแรกของไทย
ถึงหนังสือเล่มนี้จะเก๋ด้วยการนำเสนอที่มีความคิดสร้างสรรค์ เพราะทำเป็นพจนานุกรม A-Z เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในชีวิตจริงของสอ แต่ก็อาจทำให้เนื้อหาดูหลวม ๆ
ปกชมพู-ฟ้าสวนกุหลาบเสียด้วย โรงเรียนนี้เค้ารอยัลตี้กันเหนียวแน่นจริง ๆ (สอจบการศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบ)

----------------------------
http://mail.vcharkarn.com/vcafe/45109/1



อาหารตามสถานีรถไฟฟ้า BTS

ระหว่างที่ค้นหาร้านอาหาร (เผื่อจะ) สุดโรแมนติค ก็เจองานที่เขารวบรวมร้านอาหารบริเวณ BTS (ลอก) มาจาก "ขอดก้นจาน" นสพ. คมชัดลึก เมื่อประมาณ ๓ ปีก่อน
http://heyhaparty.blogspot.com/2008/09/bts.html (link ต้นฉบับอยู่ข้างล่าง)

เห็นว่าเข้ากับบรรยากาศอาหารที่เคยคุยกับเพื่อนบ้าน (ที่จ้องจะตัดเล็บเราเมื่อมีโอกาส) ก็เลยนำมาฝาก เผื่อว่ามีอะไรเมาท์ต่อไป เพราะความจริงก็เป็นไกด์ "คร่าว" มาก และไม่น่าเห็นด้วยเท่าไหร่ (ยกเว้นกรณีนึกไม่ออกจริง ๆ) เพราะอย่างสถานีศาลาแดง เขาโปรโมท Bugs and Bees ก็เชื่อได้ว่าเกิดจากการผลักดันของ PR ที่ B&B จ้างนั่นเอง เป็นดิฉันจะแนะนำให้ไปกินข้าวหมูแดง หมูกรอบ ก๊วยเตี๋ยวหมูตุ๋น! (อันหลังต้องเดินไกลเล็กน้อย)

ส่วนซอยอารีย์ นี่ก็ยังขาดความเจ๋งไปตรึม (เช่น ร้านข้าวซอยละอองฟอง) และโปรดทราบว่า DEVA อาหารชาววังเขาปิดไปแล้ว เปลี่ยนเป็น Reflections (ที่ย้ายจากพื้นที่ ที่ ณ ปัจจุบันมีการสร้างคอนโดมิเนียมของNoble) ปัจจุบันอารีย์ซอย ๑ - ๒ เริ่มมีร้านรวงใหม่ (และโครงการคอนโดฯ) ผุดขึ้นมา


ขอดก้นจาน : ขึ้นบีทีเอสสายสีลมชิมเมนูเด็ด 7 สถานี: http://www.komchadluek.net/2006/07/01/q001_23809.php?news_id=23809
ขอดก้นจาน : ขึ้นบีทีเอสสายสุขุมวิท(1) ชิมเมนูเด็ด 4 สถานี: http://www.komchadluek.net/2006/07/14/q001_25790.php?news_id=25790
ขอดก้นจาน : ขึ้นบีทีเอสสายสุขุมวิท (2) ชิมเมนูเด็ด 5 สถานี: http://www.komchadluek.net/2006/07/19/q001_27837.php?news_id=27837
ขอดก้นจาน : ขึ้นบีทีเอสสายสุขุมวิท (จบ) ชิมเมนูเด็ด 7 สถานี : http://www.komchadluek.net/2006/07/28/q001_29946.php?news_id=29946

WHO ARE YOU?

Keywords:

Tempe, Arizona, US

208.111.154.249

Bookmark or direct

Limelight Networks, LLC

เค้าไม่ใช่ "กล้วยแขก" นะ

อันนี้ว่าจะบันทึกนานแล้ว ..ลืม(หาสูตร)
สืบเนื่องมาจากการออกเดทกับสาวสวย @bar แห่งหนึ่ง
ดิฉันสั่ง Wedges อาหารกินเล่นแกล้มเบียร์สุดโปรด
แต่สาวเจ้ากลับทักว่า "อะไรเนี่ย กล้วยทอดเหรอ"
มันคืออะไรนั้นเชิญคลิก

http://www.foodnetwork.com/recipes/paula-deen/oven-fried-potato-wedges-recipe/index.html
http://www.thedenverchannel.com/food/2580635/detail.html
http://meganthevegan.blogspot.com/2008/01/crispy-wedges-and-some-other-stuff.html

X

The X-Files 10 Best Episodes (Agree?)
1. "The Post-Modern Prometheus" - Season 5
2. "Paper Hearts" - Season 4
3. "Clyde Bruckman's Final Repose" - Season 3
4. "Triangle" - Season 6
5. The Mytharc - Season 1 through Season 6
6. "Synchrony" - Season 4
7. "The Unnatural" - Season 6
8. "Small Potatoes" - Season 4
9. "The Rain King" - Season 6
10. "Blood" - Season 2

http://www.tv.com/the-x-files/show/61/episode.html?om_act=convert&om_clk=tabssh&tag=tabs;episodes
http://in-the-x-i-believe.blogspot.com/

car


เขาก็ต้องหวังผลโฆษณาอยู่แล้ว แต่หน้าตาที่เห็นแว่บแรก...สะอาดสะอ้าน เรียบ จนเป็นการถนอมสายตาที่จืดชืดดี
เว้นแต่คลิกไปในชั้นข้อมูลเฉพาะ จะมี ads by google ด้านซ้ายสุด อย่างเป็นระเบียบ
กระนั้น เว็บก็ฉลาดพอที่จะใช้นามสกุล .org ให้ความรู้สึกเป็นกลางมากกว่าตระกูล .com หรือ .biz .net
ข้อมูลก็ดูกระชับดี เหมาะกับอ่านภาพรวมคร่าว ๆ ของรถผลิตในแต่ละปี

เนื่องจากขณะนี้สนใจรถกระป๊อ daihatsu ไปทำแคมเปญสนุก ๆ
เป็นรถน่ารักแต่ไม่โง่ (...ซึ่ง *โง่* แปลว่าเอาแต่สวย/น่ารัก แพง ไม่สมราคา ใช้ประโยชน์ไม่ค่อยได้)

ถ้าจะดูราคาเมืองไทย ดิฉันไปดูคร่าว ๆ จาก taladrod.com
มี search option ให้เลือกยี่ห้อ รุ่น ราคา
แต่ก็ขึ้นกับมีคนมาโพสต์ขายหรือไม่ด้วย

headache

เมื่อเราไม่ควรแก้ปัญหา *ปวดหัว* ระยะสั้น ยาไม่อาจช่วย ควรหันสู่วิธีธรรมชาติ ซึ่ง http://www.headacheupdates.com/ แนะนำไว้ดังนี้
1] อาบน้ำอุ่น (โดยส่วนตัวกลับรู้สึกว่าเอาน้ำแข็งประคบช่างเวิร์ค!)
2] ออกกำลังกายเพื่อให้เลือดไหลเวียนดีและกล้ามเนื้อผ่อนกลาย เนื่องจากความเครียดเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการ (ดิฉันใช้วิธีหมุนแขน นอนไม่รองหมอน เป็นต้น แต่เรื่องออกไปวิ่ง..ลาก่อน)
3] ดื่มน้ำเยอะ ๆ
4] บำบัดด้วยกลิ่น เช่น นวดด้วยน้ำมันจากลาเวนเดอร์ (lavender) ยูคาลิปตัส (eucalyptus) และเปเปอร์มินต์ (peppermint)
5] ฝังเข็ม (วิธีนี้มีคนเคยแนะนำ เพราะเห็นว่าปวดหัวบ่อยเหลือเกิน แต่ยังไม่เคยลอง เพราะเสียดายตังค์)
6] นวดตัว (ก็โอเคระดับหนึ่ง)
7] นอนให้พอ (ชีวิตจริง นอกจากงาน กรุณาอย่าดูหนังหรือติดซีรี่ส์หามรุ่งหามค่ำ)
8] อย่าทำงานผิดท่า หรือแช่อยู่ท่าใด ท่าหนึ่งเกินไป แสงสว่างพอ
9]กินอาหารประเภทถั่ว ช็อกโกแลต ไวน์แดง เนยให้พอเหมาะ อย่ามากเกินไป (แต่บางตำราเขามองกลับ ว่าช็อกโกแล็ตช่วยบำบัด ไม่รู้เชื่อใครดี)
10] ลดปริมาณคาเฟอีน (แต่กลิ่นกาแฟ เป็นตัวบำบัดแบบหนึ่ง?)