แม่โขง ณ สะพานคา-วา-อิ ๑ (MeKONG@Sapankhwai I)
Sunday, 4. January 2009, 13:33:47
ระยะแรกของการกลับมานั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก นั่นก็เพราะ "อาการดัดจริต" ของคนไปอยู่ต่างแดนเป็นเวลานาน พอต้องกลับมาใช้ชีวิต ณ สยามเมืองยิ้ม ก็รู้สึกเห็นอะไรขวางหูขวางตาไปเสียหมด แม้จะพยายามสูดหายใจลึกๆ ขยับปากขมุบขมิบว่า "ขันติๆๆๆ" ก็ยังเกิดอาการหงุดหงิดเป็นระยะๆ
เป็นต้นว่า ตอนไปซื้อของ ณ ร้านสะดวกซื้อ พอถึงตอนทอนสตางค์ พนักงานกลับงุบงิบนับเงินทอนให้ตนเองดู แต่กลับไม่ยอมนับให้เราดู ...ทำให้เราต้องกลับมานับซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
เป็นต้นว่า ตอนเดินข้ามถนนตรงทางม้าลายขณะรถติดเต็มที่ แต่คุณพี่ Taxi กลับค่อยๆ เลื่อนรถเข้ามาบีบคั้นให้เราต้องรีบเร่งเดิน เพื่อแย่งชิงพื้นที่ให้รถได้ขยับสัก 2 เมตร
เป็นต้นว่า ตอนขับรถ "ฝ่าไฟเขียว" กลับทำให้เรารู้สึกหวาดระแวงว่าเหล่าบรรดาฝูงมอเตอร์ไซด์จะ "ฝ่าไฟแดง" มาชน
เป็นต้นว่า ตอนขึ้นบันไดเลื่อน คนกลับยืนระเกะระกะ ซ้ายบ้าง ขวาบ้าง ไม่ชิดด้านใดด้านหนึ่งเพื่อเปิดให้คนเร่งรีบได้เดินผ่านไป
เป็นต้นว่า ร้านขายลำโพงเครื่องเสียง กลับตั้งลำโพงหันหน้าออกถนนและเปิดเพลงเสียงดังสนั่น กระทบกระเทือนแก้วหู เพื่อป่าวประกาศให้ชาวบ้านทราบว่าตนประกอบธุรกิจอะไร
เป็นต้นว่า เหล่าพนักงานห้างสรรพสินค้า มักจะให้บริการ "ฝรั่งหัวแดง" อย่างระริกระรี้ แต่กับคนไทยหัวดำกลับปฏิบัติราวกับเป็นพลเมืองชั้นสอง
เป็นต้นว่า ตอนรถติดอยู่สี่แยกไฟแดง ก็ต้องหวาดระแวงต่อเหล่า "มาเฟีย" ที่เดินอาดๆ ถืออุปกรณ์เช็ดกระจก ชุบน้ำดำๆ มา "ถู" กระจกเพื่อ "ไถ" เงินเรา
ฯลฯ
...แต่ครั้นเวลาผ่านไป ผมก็พบว่า ความยิ่งใหญ่ของสัีตว์โลกอย่างเราๆ ก็คือ การปรับตัว (ปรับใจ) นั่นเอง ...เมื่อเริ่มเจอบ่อยๆ เจอซ้ำๆ ความหงุดหงิดก็ค่อยๆ คลายลง และเริ่มมองเห็นความน่ารักน่าอาศัยของเมืองไทยเมืองยิ้มแห่งนี้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการดื่มการกิน อาทิ กรุงเทพฯ นั้นเป็นเมืองที่ผู้คนไม่รู้จักคำว่า "หิวโหย" เพราะทุกซอกมุมเต็มไปด้วยแหล่งอาหารให้เราๆ ออกหากินได้ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นต้น
พล่ามมาเสียยาว ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับ สะพานคาวาิอิ (ควาย) สักนิด ...ไว้คิดออกค่อยมาบ่นต่อ








julyrhapsody # 4. January 2009, 14:52
เป็น MeKONG@Sapankhwai!!!
จอร์จ ...ชวนขนลุกมาก ไม่น่าอยู่ใกล้กันแค่เอื้อมเลย หุหุ
มิน่าล่ะ เราถึงมีลางสังหรณ์ให้ต้องย้ายไปอยู่เทือกสวนไร่นา
กลัวต้องแอบสังเกตคนนับเงินทอนละเอียดยิบ
แถมอิจฉาฝรั่ง (เอ่อ เป็นเหมือนกัน แต่บางทีและในบางเครื่องแต่งกายคนชอบคิดว่าดิฉันเป็นคนต่างชาติ)
และทำหน้าบึ้งตอนรถติดไฟแดง
แฮ่ ๆ
ไว้คิดออกจะมาแซวต่อเหมียนกัลล์
julyrhapsody # 4. January 2009, 15:03
"กรุงเทพฯ ไม่ต่างจากเมืองอื่น ๆ ที่ทำให้เรามีเพื่อนมากมาย อยู่ที่ว่าเรา "เปิด" หรือ "ปิด" ตัวเอง
นับตั้งแต่ออกจากบ้าน ก็ได้รับเสียงทักทายจากเจ้าของร้านชำ ที่ดูจะเป็นนาฬิกาให้กับเรา เช่น "วันนี้ออกจากบ้านไวจัง" ฯลฯ ไหนจะต้องปฏิสัมพันธ์กับกับคนขับมอเตอร์ไซต์ในช่วงเวลาเร่งด่วน คนขับแท๊กซี่ คนขายตั๋วรถไฟฟ้า ...โน่นก็คนขายกาแฟ ที่ไม่ซื้อวันไหนเป็นโดนทัก ตลอดจนคนขายหมูสะเต๊ะ เจ้าของร้านลาบส้มตำน้ำตกอีสานคลาสสิค ร้านข้าวมันไก่ ร้านก๊วยเตี๋ยว ร้านเสริมสวย ร้านขายดีวีดีหลายร้าน สาวเซ็กซี่ทั้งประเภทหนึ่งและสอง หนุ่มหล่อล่ำจากโมเดลลิ่งตามท้องถนน ฝรั่งมังค่าที่มาเจอกันเวลาเดียวกัน ณ สถานที่เดียวกัน ฯลฯ
ไม่นับเพื่อนร่วมงานและคนที่ต้องเกี่ยวข้องเรื่องงาน ดิฉันก็คิดว่าตัวเองมีเพื่อนมากมายหลากหลายเชียวละ"
MeKONG # 6. January 2009, 19:40
จริงนะครับ บางครั้งบางมุม คนที่อยู่ในเมืองใหญ่ก็สามารถมองคนอื่นๆ รอบกายให้เป็นเพื่อนได้เสมอ
ปัจจุบันผมเริ่มตีซี้ กับอาเฮียเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ และคุณเจ๊แผงขายก๋วยเตี๋ยวต้มยำ แล้วล่ะครับ
julyrhapsody # 7. January 2009, 06:47
"...น้าน โดน "ข่วน" อีกแล้วสิเรา
...เดี๋ยวเถอะ จับตัวได้ จะล็อคตัวเอามาตัดเล็บ ให้จงได้
...คุณจูไลฯ
นับรอยข่วน ได้ทั้งหมด หนึ่ง...สอง...สาม... ทั้งหมดรวมเป็น "หลาย" แผล
ฝากประจำแบบไม่เสียภาษีไว้ก่อนเถอะ..."
เค้าจำได้นะ!
เลยต้องวิ่งหางชี้รักษาระยะห่างไว้หน่อย
กลัว "เล็บทู่"
กรณีจูไล ไม่ใช่ "คนเมืองใหญ่" แต่อาจเป็นกมลสันดาน
เนื่องจากชอบคุยกับคนแปลกหน้า และก็ถือเป็นเพื่อนได้ ถ้าเค้าไม่เลวร้ายเกินไป
ว่าจะลองคุยกับคนจรจัดแถวบ้าน (หลังจากดู ๆ แล้วแกก็ไม่มีพิษภัยอะไร)
ก็มันสงสัยๆๆๆๆๆๆ (เพื่อนของจูไลส่วนใหญ่เกิดจากความสงสัยนั่นเอง)
...คุณก้องคาวาอิอาจคาดหวังในคำว่า "เพื่อน" ไว้สูงละมั๊ง
ป.ล. ดีมาก เป็นการตีซี้ที่หวังผลประโยชน์โดยแท้
MeKONG # 14. January 2009, 20:32
ชักจะรู้สึกขนลุกขึ้นมาซะแล้วสิ (ปาดเหงื่อหนึ่งที)
โอว...นี่ช่างจดช่างจำโดยแท้ (ปาดเหงื่อสองที)
เฮ้อ...ไม่รู้ว่าคุณจูไลฯ นิยมหนัง (สือ) กำลังภายในหรือเปล่าเนี่ย ประเภท "บุญคุณต้องทดแทน ความแค้นต้องชำระ" (ปาดเหงื่อสามที)
.....
ปล. ผลจากการตีซี้ก็คือ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวทั้งสอง ไม่คิดค่าน้ำแข็งเปล่า คิดแต่ค่าอาหาร ซ้ำยังมีแถมอีกด้วยหากผมเบิ้ลสองชาม
julyrhapsody # 19. January 2009, 13:15
๑. เล็บข้าพเจ้าก็ยังคมดีอยู่ จะกางกรงเล็บบ้างก็เฉพาะเวลาอันควร ในเมื่อท่านยังฝากความแค้นแบบประจำอยู่ คาดว่าเป็นแบบ ๑๑๑ ล้านปีกระมัง และป่านนี้ท่านก็ยังล็อคตัวข้าพเจ้าบ่ได้ (ขนาดเดินสวนกันตั้งหลายรอบ ยังไม่รู้ตัวอีก อิอิ)
๒. จะชำระให้เสียเวลาใย เอาความคิดไม่สร้างสรรค์ไปเที่ยวรอบโลก หรือสร้างการผลิตที่ออกดอกออกผลดีกว่า และบุญคุณจะทดแทนใครข้าพเจ้าก็กล้าผลัดผ่อนหรือแปรเปลี่ยนเป็นรูปแบบอื่น ไม่ต้องทดแทนให้ทรมาณหัวใจ (อุ๊ปส์ เผลอข่วนอีกแระ)
ป.ล. รีบ ๆ บ่น แม่โขง ณ สะพานคา-วา-อิ ภาค ๒ เร็ว ๆ เข้า มัวแต่ดื่มน้ำแข็งเปล่าร้านก๊วยเตี๋ยวอยู่นั่น (เออ ร้านที่โรงหนัง ๒ เรื่องควบก็ไม่เลวนะ ร้านเดียวกะข้าวมันไก่ไหหลำ)
MeKONG # 24. January 2009, 04:14
อื้ม...ท่าจะเป็นเพื่อนบ้านที่เคยเดินสวนกันแหงๆ
ร้้านที่คุณจูไลฯ ว่านี่เป็นหนึ่งในร้านเจ้าประจำของผม ชื่อว่า "ร้านสีเหลือง" (เข้าใจว่าเจ้าของร้านนี่ แซ่อึ๊ง)
แต่เดิมขายแต่ก๋วยเตี๋ยวเนื้อในหลืบโรงหนัง ตอนหลังก็ขยายทะลุออกมาด้านหน้า ขายก๋วยเตี๋ยวหมูและข้าวมันไก่
หากคุณจูไลฯ เดินย้อนฝั่งเดียวกันไปทางสี่แยก ก็จะพบร้าน "วัฒนา" นี่ขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำใส รสชาติดีที่สุดที่ผมเคยรับประทาน (โม้ซะ) โดยเฉพาะเนื้อเปื่อยซึ่งใช้เนื้อส่วนที่ดีมาทำ
หากข้ามไปฝั่งตรงข้ามเลย Big C ไปทางสี่แยกก็จะพบร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำโคตรใส (ใสกว่าร้านแรก) เน้นลูกชิ้น รสชาติก็อีกแบบ แต่ที่ชอบเพราะมีลอดช่องรสดีขายด้วย
เดินเลยไปอีก ขึ้นสะพานลอยข้ามถนนสุทธิสาร ก็จะพบก๋วยเตี๋ยวเนื้ออีกร้าน รสชาติดีเหมือนร้านมิตรท่าพระจันทร์
...เป็นอันจบทัวร์ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ณ สะพาน คา-วา-อิ
julyrhapsody # 24. January 2009, 07:38
ก็ร้านนั้นเขาเป็นมุสลิมบ่ไจ้หรือ
ด้านซ้ายขายข้าวมันไก่ ด้านขวาขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ
ในร้านจะมีรูปเจ้าของร้านกับดารา(และหมึกแดง) พร้อมกับเศษเสี้ยวข่าวเกี่ยวกับร้าน
ส่วนร้านนี้เคยไปนั่งกิน "หากข้ามไปฝั่งตรงข้ามเลย Big C ไปทางสี่แยกก็จะพบร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำโคตรใส (ใสกว่าร้านแรก) เน้นลูกชิ้น รสชาติก็อีกแบบ แต่ที่ชอบเพราะมีลอดช่องรสดีขายด้วย"
ลอดช่องสิงคโปร์!!
มาปากซอยบ้านดิฉันดิคะ
ข้างร้านโชคดีติ่มซำจะมีก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัดดงมูลเหล็ก
น้ำซุปตุ๋นยาจีนด้วยสิ
เยื้อง ๆ ฝั่งตรงข้ามเป็นลา วิลล่าที่แทบไม่มีของ "แนวๆ" ให้กินเลย
หมายถึงแนว "ชนเผ่า" รสดั้งเดิม ที่นี่เน้นอิมเมจและราคาเป็นหลัก
แต่ถ้าเดินเข้าไปหน้าซุปเปอร์มาร์เก็ต
มีอาหารเม็กซิกัน takeaway อร่อยดีนะ
อู้ยยยย พูดเรื่องของกิน หวานแหววเนอะ
MeKONG # 24. January 2009, 08:08
แต่ร้านที่คุณจูไลฯ กล่าวถึง ก็ได้แก่ ร้านมงคล ตรงโรงหนังมงคลรามานั่นเอง
เมื่อก่อนผมก็ชอบไปกินร้านนี้นะ คือ เมื่อก่อนเขาดังเพราะหม่อมถนัดศรี แกชอบมากิน ..ปีหลังๆ ลูกชายหม่อมแกก็ตามมาแจกใบรับประกันอีก (แถมร้านส้มตำ กล้วยแขก และก๋วยเตี๋ยวตำลึง ก็โดนหางเลขโดนแจกกันหมด) ก็เลยทำให้ร้านแถวนี้ดูจะโก่งราคาชอบกล ก็เลยเอาไว้รับแขกอย่างเดียว (คือ หากกินแล้วไม่อร่อยจะได้ไม่ว่าเรา แต่ไปโวยคนแจกตรารับประกันแทน) ส่วนตัวนั้นชอบร้านตรงข้ามมากกว่า
ร้านที่คุณจูไลฯ ว่านี่ผมเพิ่งจะเดินผ่าน แต่ยัง บ่ ได้ลอง เพราะไม่ค่อยได้ข้ามแยกไปฝั่่งอารีย์-พญาไท ยกเว้นนานๆ จะเดินไปซื้อเมล็ดกาแฟที่ Villa ...ว่างๆ จะลองไปชิมมั่งทั้งเตี๋ยวเนื้อ & อาหารเม็กซิกัน
อื้ม ร้านเตี๋ยวเนื้อที่ว่านั้น ลอดช่องสิงคโปร์ รสเขาดีจริงๆ ...บางครั้งผมอยากกินแต่ลอดช่อง แต่เกรงใจเจ้าของร้านก็เลยหม่ำเกี๋ยวเตี๋ยวเนื้อเป็นของแกล้ม
julyrhapsody # 24. January 2009, 11:34
อิอิ เรามาหวานแหววกันต่อดีก่า
ว่าไปแล้วที่ตึกของทั๊กกี้ ชินวัตร ๒ ที่ค่อนไปทางสะพานคา-วา-อิ บ่ไจ้แถวบ้านดิฉัน
จะมีพิซซ่าร้าน takeaway/delivery ที่ july เคยว่าไว้ในบล็อก short notes ของตัวเองว่าเป็นแป้งบางกรอบ
ก็เป็นทางเลือกได้แหละ
ส่วนใกล้ ๆ ตึกของทั๊กกี้แถวบ้านดิฉัน ตรงหน้าพหลโยธินเพลส
จะมี hawker's food ร้านรถเข็นที่คนชอบไปมุงซื้อเมนูเห็ด (เช่น ต้มยำ หรือแกงอ่อม) ช่วงเย็น ๆ
วันนึงดิฉันแวะไปลองชิมเขาเหมือนกัน สั่งแกงอ่อมเห็ด
จ้ำจี้จ้ำไชถามเขาด้วย "ทำไมน้ำซุปเขียวอื๋อจ๊ะ"
ใส่ปลาร้าด้วยนะ (ถ้าพ่อมีชีวิตอยู่และรู้เข้า ต้องโดนบ่นสัก ๑ ชั่วโมงแน่ ๆ เลย)
วู้ยยยย อาหย่อย
ว่าง ๆ คุณก้องคาวาอิก็เดินออกกำลังกายมาต่อคิวเขาหน่อยนะ
เรื่อง "ปลาร้า" นั้น ดิฉันไปอ่านในหนังสือน้ำพริกของมรว. คึกฤทธิ์ ปราโมช
เขาว่าอาหารดั้งเดิมของสุพรรณบุรีก็ใส่ปลาร้า?
ไม่อยากเชื่อเลย
จริงดิ?
หรือต้องรบกวนพี่ทีเคบอยมาขยายความต่อ?
tk9 # 25. January 2009, 14:39
คุณแมวมีวิธีบอกใบ้นิ่มๆไม่ให้คนแก่มะงุมมะงาหรา แหะ
ไม่ค่อยรู้จักย่านสะแพนคาวาอิมากนัก
มักโฉบไปนานๆครั้ง เช่น
วสันต์ สิทธิเขตต์ฝากของไปคืนแฟนเค้า ให้เรานัดเจอที่โรงหนังลิเบอร์ตี้ เกือบสามสิบปีนู้น
ไปขลุกที่โรงพิมพ์สุดจิตต์ในซอยตันก่อนถึงธนาคารออมสินใหญ่ เกือบยี่สิบปีก่อน
กินข้าวเกาเหลาเซี่ยงจี๊รอบดึกซอยข้างธนาคารกรุงเทพ ประดิพัทธ์ เกือบยี่สิบปีก่อน
ไปสนง.หมอชวบ้าน ซ.ประดิพัทธ์๑๐
ไปหาเพื่อนบนตึกชินวัตร ๑ (เดิมเป็นอาคารบ้านฉางของไพโรจน์ เปี่ยมพงษ์สานต์) เป็นครั้งคราว
ซอยนี้ คือซอยสายลม ตอนเรียนมัธยมวัดเลียบ เคยได้รับจดหมายลูกโซ่ ในนั้นมีรายชื่อหนึ่งคือ จิรนันท์ พิตรปรีชา เลขที่ ๙ ซอยสายลม (เฮ่ย ไม่รู้จะจำไปทำเกลืออะไร)
ไปขอยืมบอร์ดที่สมาคมต่อต้านวัณโรค ไปใช้ในนิทรรศการนักเรียน สามสิบฝ่าปีก่อน
ไปนอนเฝ้าไข้พี่ชายที่ รพ.เปาโล ก็ลงมากินลอดช่องสิงคาโปร์ร้านนั้นน่ะ ไม่เห็นต้องสั่งเตี๋ยวเนื้อเอาใจเลย อันนี้ยี่สิบฝ่าปีก่อน
ช่วง ๒ - ๕ ปีก่อน เข้ากทม.จะไปพักที่โรงแรมมิโด้ โรงแรมกาญจน์มณี ... ตอนนี้เปลี่ยนไปนอนที่สวนใหญ่ จ.นนท์ ถูกกว่าครึ่งหนึ่ง เช่นเมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่แล้ว (ไปงานโอเคเนชั่น)
ไม่เชี่ยวเท่าไหร่ ไหน ไหน ร้านชื่อไรมั่งนะ ร้านศรีเหลือง ร้าน พธม.มั้ง
ไหน ไหน ซอยบ้านแมวซอยไรน่ะ แกะรหัสไม่ทัน กำลังมึน
บ่ายวันนี้ บล๊อกเก้อร์โอเคเนชั่นมาเที่ยวสี่ราย + หนึ่งครอบครัว กลับตอนตะวันลับเหลี่ยม (ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนจะไม่ชอบ เวลาผีตากผ้าอ้อมแล้วมีการจากทำให้ใจแป้ว)
อ่า..ป๋มก็อั้พบล๊อกแล้วแหละ แต่อั้พที่ signofdawn อีกบล๊อกหนึ่งในนี้
อ้อ อ้อ เรื่องปลาร้า ที่หม่อมแกอ้างนั่นอาจเป็นเฉพาะจุด เฉพาะพื้นที่ละมั้ง อย่างในตลาดจะมีคนจีนเยอะ มีคนเชื้อลาวบ้างเช่นมาจากลำพันบอง มาจากป่า..(จำชื่อไม่ได้ แต่คุณเอนก นาวิกมูล รู้จัก) ส่วนใหญ่เป็นลาวโซ่ง ตอนผมเด็กๆแก้ผ้าวิ่งตากฝน บ่ายหรือเย็นบางวันในหน้าร้อน เคยได้กลิ่นฉุนฟุ้งไปทั้งซอย เพิ่งรู้จักเป็นครั้งแรก ใครๆก็เฉลยว่า ปลาร้าบ้านอี..ไง (บางคนเฉลยพร้อมชื่นชม บางคนเฉลยพร้อมผรุสวาท ตามแต่จริตความชอบ)
เพื่อนในชั้นเรียนก็ไม่เห็นมีใครที่กินข้าวมีกับข้าวที่เข้าปลาร้าเป็นพื้นแบบนั้น
แต่เดี๋ยวนี้ที่มีขายกันมากจะเป็นปลาร้าทรงเครื่อง กินกับผัก
julyrhapsody # 26. January 2009, 06:29
โห บอกไปตั้งเยอะแล้วด้วย ยังสงสัยอีกแน่ะว่าบ้านหนูอยู่ไหน
อ้อ ก็คงจะงงกันได้ ขนาดคนอยู่ใกล้หน่อยอย่างก้องคาวาอิ ทำให้ดิฉันชักฉุกคิดประโยค "นานๆ จะเดินไปซื้อเมล็ดกาแฟที่ Villa ...ว่างๆ จะลองไปชิมมั่งทั้งเตี๋ยวเนื้อ & อาหารเม็กซิกัน" ถ้า villa ซ. สายลม (ถนนที่กั้นขวางความรักระหว่างตึกของทั๊กกี้กับตึกพหลโยธินเพลส) อันนั้นบ่มีอาหารเม็กซิกันเด้อค่ะ มีแต่ซาลาเปาวราภรณ์ (july ชอบไส้ผักหลาย ๆ) ต้องเดินมาอีก villa ที่ชื่อ la villa นาค๊า
ความจริงซอยเราขึ้นชื่อเรื่องอาหารหย่อยนะ แต่ปัจจุบันกำลังจะมีอภิมหาโครงการจากบรรษัทข้ามชาติมาลงคอนโดฯ โฉบร้านเด็ด ๆ ไปแยะ เช่น ผัดไทยอารีย์ แสนดี ร้านข้าวหมูแดงหมูกรอบก็กำลังจะบ๋ายบาย....ยยยยยยย...ยย
แต่ถ้าเดินไกลอีกนิด "ลูกชิ้นปลานายโส่ย" ยังอยู่เหมือนเดิม เดินไกลอีกนิด ๆ ไปลิ้มลองอาหารเหนือได้ขนมจีนน้ำเงี๊ยว ข้าวซอย ชื่อ "ร้านละอองฟอง"
พี่ทีเคบอยรุ่นคุณวสันต์ สิทธิเขตต์หรือคะ โหยย เจ้าชู้ไก่แจ้ (ตามประสาคนชื่อวสันต์? อิอิ) นี่นา อุ๊ปส์ ขอโทษ ใช้คำผิด เขาเรียก "อารมณ์อ่อนไหว"
โรงหนังลิเบอร์ตี้ปัจจุบันเป็นอะไรอ่ะ?
ซอยสายลมอยู่สบายสมชื่อดีนะพี่ แต่ตอนมืดนี่มันเปลี่ยวไปหน่อย ไม่เหมาะกับคนต้องผลุบโผล่ออก-กลับบ้านดึกดื่น
เรื่องปลาร้าก็สงสัยเป็นอันมาก ตามประสาคนนิสัยไม่ดีไม่เชื่อครู แต่ก็ชอบงานเขียนมรว. คึกฤทธิ์ ปราโมช(ชอบเรียกชื่อเต็ม) นะ เห็นอยู่บนหิ้งหนังสือก็มาอ่าน(ผ่านๆ)แต่เด็ก จำได้ว่าเล่มแรกคือ "ถกเขมร" แต่เล่ม "น้ำพริก" นี่ซื้อเองเลย (มีหนังสือน้ำพริกอีกเล่มนึงเป็นน้ำพริกทางเหนือ)
อืมม์ ถามเพื่อนเด็กสุพรรณฯ (มี ๒ คน) แต่ก็เชื้อจีนทั้งคู่ เขาก็ว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่าอาหารสุพรรณฯ มีปลาร้า สงสัยต้องไป "ตามหาลาวโซ่งในสุพรรณฯ" กันหน่อยแล้ว
tk9 # 26. January 2009, 07:48
เพียงแต่ตอนนี้เป็นสาวน้อยกันไปหมดแล้ว
... หากแย้งว่า ก็หาดูที่ยังสาวๆไม่ได้เร้อ
ตอบว่า ตกมารุ่นนี้ เชื้อก็จางหมดแล้ว
ใช่ ซอยสายลม แค่หกโมงเย็นก็เปลี่ยวแล้ว สุดซอยเคยเป็นสถานีวิทยุโทรเลข ที่รกครึ้ม เหมือนในกรม ปชส.ที่สุดซอยอารีย์
ก่อนสุดซอยมีร้านอาหารตามสั่งไทยจีนฝรั่งที่คนแน่นทั้งมื้อเช้าและมื้อกลางวัน
ไรกัน บอยอยู่ซ.อารีย์สัมพันธ์ ๑๒ ตั้งเป็นปีๆ ทำไมไม่สวนกันมั่งน้อ
แล้วคุณก้องไม่ลองมาชิมนมเย็ลที่นี่มั่งเหรอ
julyrhapsody # 27. January 2009, 10:38
เราก็ลับกรงเล็บบนฝาบ้านเขาไปพลาง ๆ ก่อน
ยกคอมเมนต์มาจากบ้าน driftworm ตามนี้คะ "คุณแมว ... ... รับนิมนต์จ้ะ เอ๊ย รับภาระ .. ฮื้ออ ว้า .. เอ้อ รับจัดการให้น่ะ ทั้งปลาร้า ทั้งนมเย็ล นั่งเล่นริมหน้าต่างดูน้ำไหลอีกต่างหาก ว่าแต่ชวนคอเบียร์ ณ คาวาอิ มาด้วยจะอภิรมย์มากขึ้นป่าว"
จะ "อภิรมย์" หรือ "อภิมหาสงคราม" ก็บ่ฮู้เนอะ
ป.ล. สมัยพี่ทีเคบอยอยู่นั้นกี่ปีแร้วล่ะคะ ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองป่าว แฮ่ ๆ
tk9 # 27. January 2009, 16:08
อยู่หนายล่ะ ถ้าอยู่สามชุกละก้อ ตั้งแต่เกิดเลย
แต่ถ้าหมวยถึงอารีย์สัมพันธ์ ๑๒ ละก้อ ราว ๒๕๒๙ - ๒๕๓๗
เมี้ยวววววว เห็นไอค่อนแล้วน่า เมี้ยว น่ะ
MeKONG # 28. January 2009, 06:22
ซอยสายลม เยื้ยงกรายเข้าไปครั้งแรกก็ถูกท่านพ่อหอบหิ้วไป ซึ่งน่าจะประมาณกว่า 15 ปีแล้ว สุดซอยนั้นเป็นกรมไปรษณีย์โทรเลข ดูสงบรกครึ้มดังพี่ทีเคว่าไว้
เจ้า la villa นี่เคยไปเหยียบๆ สองครั้ง ...เตร่ไปดู urban life ของคนชั้นกลางสมัยใหม่ ก็เลยได้ความรู้สึกไปอีกแบบ ...ว่างๆ จะไปหิ้วอาหารเม็กซิกันมาลองสักกะที
กลับมา ณ สะพานคาวาอิ ...ผมเพิ่งจะมาปักหลักแถวๆ นี้ก็ตอนปี 2536 ครั้งนั้นยังมิมีรถไฟฟ้า ยังปรากฏสะพานลอยข้ามแยกอยู่ ซึ่งหลายคนคิดว่า สะพานนี้เองคือที่มาของสะพานคาวาอิ (ไม่รู้คิดได้งัย)
แหล่งชอปปิ้งอันดับหนึ่งก็ได้แก่ เมอร์รี่คิงสะพานคาวาอิ นั่นเอง ...ติดกันมี KFC ซึ่งพี่สาวเพื่อนบอกว่า เป็น KFC ที่อร่อยกว่าสาขาอื่นๆ (ไม่รู้แกอุปทานหรือเปล่า)
แต่ความคุ้นชินกับย่านนี้นั้นเกิดมาตั้งกะเด็ก เนื่องจากสมัยก่อนตอนละอ่อน เวลาเข้าบางกอกกับท่านพ่อท่านแม่ทีไร ก็มักจะมาพักอาศัยโรงแรมย่านประดิพัทธ์เป็นหลัก โดยเฉพาะโรงแรมลิเบอร์ตี้ ที่สมัยก่อนผมตื่นตาตื่นใจมาก เพราะรูปจำลองเทพีเสรีภาพอยู่หน้าทางเข้า
...เอ้า ...พูดเสียยาว ก็ขอหยุดดีกว่า เดี๋ยวจะไม่มีอะไรเหลือมาเขียน MeKONG@Sapankhwai ภาคสอง
ปล. พี่ทีเค ...ขอรับนิมนต์ไปนั่งทอดหุ่ยจิบนมเย็ลลลลลล อันนี้ตั้งใจว่าจะไปให้ได้จริงๆ แต่ขอหาเวลาว่างๆ ก่อนเน้อ ...เพราะพักนี้จนถึงต้นมีนาคม ผมนั้นชีพจรลงเท้า ต้องเดินทางตะลอนไปหลายที่ทั้ง ตจว. และ ตปท.
อีกทั้ง ตอนนี้ก็กำลังวางแผนโยกย้ายที่อยู่อาศัย กะว่าจะลาจากสะพานคาวาอิ ไปปักหลักหาซื้อบ้านแถวๆ ปากเกร็ด หรือไม่ก็บางใหญ่ ...ติดอย่างเดียว บ่ มีตังค์ ก็เลยรอลุ้นทุกวันที่ 1 และวันที่ 16
tk9 # 28. January 2009, 06:55
(ตอบสั้น รีบตอบ พวกรออยู่หน้าบ้าน ไปแระ ค่อยมาเติมใหม่)
julyrhapsody # 29. January 2009, 07:02
อีกอย่าง july ก็เป็นยิปซีน้อย ระหกระเหินไปโน่นมานี่ ในช่วงนั้นของพี่บอย ดิฉันก็จากไกลไปต่างแดนนะ
อู้ยย ก้องคาวาอิแอบเหยียดหยาม la villa
"urban life ของคนชั้นกลางสมัยใหม่" หุหุ
เฉย ๆ นะ
รู้สึกว่าคนใช้บริการไม่ค่อยใช่ "คนแถวนี้" เท่าไหร่เล้ย
ร้านค้าก็แทบจะไม่ได้รับประทานเงินดิฉัน
นอกจากห้องขายอาหารเม็กซิกันเล็ก ๆ กับซุปเปอร์มาร์เก็ต (อุดหนุนน้ำและมาม่า)
แต่ถ้าแขกบ้านแขกเมืองอุตส่าห์มาเยี่ยมเยียน
(ส่วนใหญ่ต้องเป็นแบบนั้น เพราะถ้าไม่ "แร่ด"ไกล ๆ ดิฉันจะ "ขี้เกียจ" มาก)
ดิฉันก็ต้องจำใจต้องทำหน้ามัน ๆ ไปนั่ง starbucks บ้าง
โดยส่วนมากลากจูงมากาแฟวาวีแทน
...แต่ก็ถูกวิจารณ์ "กาแฟไม่อร่อยว่ะ"
ห้างสรรพสินค้าที่ดิฉันชอบไปมากกว่าก็เลยเป็น บิ๊กซีสะพานคา-วา-อิ
(อู้ยย อุดหนุนบิ๊กซี/โลตัส จะถูกพี่บอยแกเคืองมั้ยเนี่ย)
ลุ้นจริงดิ หวยอ่ะ
ว่าแล้วเราไม่เคยฝากชีวิตไว้กับเรื่องพวกนี้เล้ย
เงินทองต้องหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน
MeKONG # 1. February 2009, 17:01
พี่ทีเค ราวปลายสัปดาห์หน้าจะมีเพื่อนเกาหลีกับญี่ปุ่นมาเยี่ยม หากตารางไม่แน่น ผมจะพยายามลากถูเพื่อนไปเยี่ยมคารวะพี่สักทีเด้อ ...อันนี้ทาบทามไว้ก่อน แต่ยังไม่ฟันธง & คอนเฟิร์ม
tk9 # 2. February 2009, 13:31
เรื่องกาแฟ ... ใช่เนอะ บางยี่ห้อเน้นกลิ่น แต่รสจางเหมือนน้ำร้อนหยดหางกาแฟ แต่ความภูมิใจ(หลอกๆ?)ของคนกินน่ะ -เข้มข้น
ู^ MeKONG ผมฟันธงให้เองละกัน
เดี๋ยวต้องทำธงรูปตัวเองไปแขวนหน้าบ้าน ฮาฮา
julyrhapsody # 6. February 2009, 13:55
ก้อง คาวาอิ > simply red มีตั๋วฟรี แต่ขี้เกียจไปดู (น่าหมั่นไส้เนอะ)
พี่บอยทีเค > เมื่อวานเค้าก็ไปบิ๊กซีสะพานคา-วา-อิ มานะ แต่ไม่ได้ซื้ออะไร แค่ไปตามหาก้องคาวาอิอ่ะ
ความจริงกลางสัปดาห์นี่เราก็ว่างแล้ว แต่จะไปแร่ดที่อื่นก่อน เหมือนพวกใกล้เกลือกินด่างอะไรพวกนี้ป่าว
พี่บอยคงชอบกาแฟแบบเวียตนาม คั่วกับวานิลล่า แต่จริง ๆ เราก็ชอบ French Vanilla นะ (ชอบกลิ่นวานิลลาทุกรูปแบบ) แต่ถ้าเป็นชา ตอนนี้ชอบ Lapsang souchong
นิธิ นิธิวีรกุล # 23. February 2009, 01:08
รู้จักสะพานควาย แต่เพียงเพราะโบสถ์ของภรรยาอยู่แถวนั้น
เคยกินเตี๋ยวที่ร้านวัฒนาเหมือนกัน แต่ชอบดูหนังสือเก่าๆ ที่นำมาขายริมทางวันเสาร์-อาทิตย์มากกว่า
อ้อ สวัสดีคุณก้องครับ
tk9 # 24. February 2009, 09:27
อ้า คุณก้องครับ อีตานิธิเนี่ย แมวซ่อนเล็บ หุหุ ฉายา ขนนกสายฟ้า
สะบัดขนนกทีเดียว ออกมาวางแผงติดๆกันสามเล่มเลย
ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้ากระบี่วงพระจันทร์ (ไม่ใช่ท่าพระจันทร์นะเฟ้ย)มาเจอกับขนนกสายฟ้า
จะเป็นการสัประยุทธ์ที่น่าดูชมขนาดไหน อิอิอิ
ป๋านัดดวลให้ เอามะ ฮี่ฮี่ฮี่ ชมชอบดูคนต่อยตีกัน
เฮ่อๆๆๆๆๆๆ
julyrhapsody # 5. March 2009, 16:13
โอ่ย เบื่อจะรอก้อง คาวาอิแกแระ บ้านช่องไม่ดูแล
ฮีเปลี่ยนไป๋จริง ๆ
ตั้งแต่ห้อยดาบวงพระจันทร์เนี่ย
tk9 # 6. March 2009, 10:04
ก็ต้องดึงกระบี่คืน
MeKONG # 10. March 2009, 11:35
พ้ม บ่ ได้ เปี๊ยน ไป๋ เลยนะคร้าบ
ต้องขออภัยทุกๆ ท่าน ที่หายศรีษะไปเลย ราวกับจะทิ้งบ้านหลังนี้
แต่จริงๆ ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ แต่ระยะนี้ต้องปฏิบัติภารกิจระเหเร่ร่อนไปเรื่อย
ชีพจรลงเท้าไม่ได้หยุด ก็เลยไม่ได้เข้ามาตอบเข้ามาเขียน
ขอบคุณคุณนิธิที่แวะมาทักทาย
ขอบคุณพี่ทีเค ที่ยังถามไถ่ถึงกัน
และขอบคุณคุณจูไลฯ สำหรับคำเหน็บที่แสนจะืชื่นใจ
tk9 # 13. March 2009, 10:27
จุ๊ย์ ๆ อย่าเพิ่งแปลกใจ นี่แข็งใจลุกขึ้นมาดูลาดเลา
ไอ้งูสวาดตัวนั้นนะสิ มันฝังซ่อนในตัวผม เพิ่งออกฤทธิ์ซ้ำ
ระบมทั้งตัว
Anonymous # 28. May 2009, 05:57
แล้วเมื่อไหร่จาได้หนีจาสะพานคาวาอิซะทีคะ....
tk9 # 28. May 2009, 10:47
Bleuemontagne # 1. August 2009, 00:36
พยายามทั้ง ๒ ความหมายค่ะ
แต่ขอตัดเสี้ยวสำคัญ "ฝืน" ทิ้งค่ะ อิอิ
MeKONG # 4. August 2009, 10:20
ต่อไปขอสัญญาแบบลมๆ แล้งๆ ว่า จะขยัน update blog ตัวเองบ้าง
tk9 # 26. August 2009, 15:24
MeKONG # 31. August 2009, 04:02