Skip navigation.

exploreopera

| Help

Sign up | Help

MeKONG In Kobe

...from Krasang to Bangkok to Bangsaen to Kobe to...

An Unfortunate Event of a Fortunate Person III

...ไม่รู้ว่าเพราะอากาศแปรปรวน หรือมีเรื่องให้ต้องคิดแยะ หรือเพราะต้องเตรียมตัวเตรียมใจกับภารกิจที่กำลังถาโถมเข้ามา ...พักนี้เลย "เอ๋อๆ" ชอบกล เมื่อบวกกับอาการอัลไซเมอร์ และความเบ๊อะบ๊ะซุ่มซ่ามที่มีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็เลยทำให้พักนี้ดำเนินชีวิตอย่างมึนๆ งงๆ มามีสติรู้ตัวก็เฉพาะตอนกึ่มๆ เมาๆ ทู้กที

เริ่มจากสามสี่วันก่อน ต้องออกจากบ้านแต่เช้าเพื่อไปช่วยอาจารย์ชาวไทยขนข้าวของออกจากที่พัก เนื่องจากหมดภารกิจและจะต้องเดินทางกลับเมืองไทยในคืนนั้น ...วันนั้นผมตื่นแต่เช้าตรู่เพราะพระอาทิตย์ส่องแสงทะลุทลวงเข้ามาปลุกตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ฮิ้ว แต่อีตอนจะลุกจากเตียงก็ดัน "ขยัน" ด้วยการใช้พลังงานบิด "ขี้เกียจ" เสียทีหนึ่ง ปรากฏว่า ตะคริวขึ้นที่ขาข้างขวา ...ทำอะไรไม่ได้นอกจากดิ้นพราดๆ อยู่บนเตียงเหมือนปลาช่อนถูกทุบหัว กว่ากล้ามเนื้อจะคลายตัวก็เล่นเอาเกือบเสียน้ำตา

พอลงจากเตียงด้วยอาการกระเผกๆ ร่างกายเจ้ากรรมก็เหมือนกับเครื่องจักรที่ขาดโปรเซสเซอร์ควบคุม แกว่งแข้งแกว่งขาไปเตะนู่นชนนี่ได้ตลอด ...สรุปว่า เช้าวันนั้นต้องสะบักสะบอมตั้งกะยังไม่ออกจากบ้านเลย

และในวันเดียวกันนั้นก็ยังไปแสดงความเอ๋ออีก เพราะในระหว่างย้ายของนั้น อาจารย์ชาวไทยได้ฝากกุญแจห้องทำงานไว้ที่ผม พอถึงเวลาจะต้องคืนก็กลับหาไม่เจอ ยืนรื้อค้นคุ้ยเขื่ยตามเนื้อตัวและกระเป๋าเป้ก็ไม่พบ จึงต้องออกเดินใช้สายตาถั่วๆ ของตนเองสอดส่องมองหาไปตามถนนหนทาง ท้ายที่สุด ก็มาพบความจริงว่า ผมนั้นได้คืนกุญแจอาจารย์ท่านนี้ไปก่อนหน้านั้นแล้ว (ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงได้มั้ง) โอ้ว ...เอ๋อ จริงๆ

วันต่อมาก็กะพักสักหน่อย ไม่อยากออกไปตะแล้ดแต๊ดแต๋ที่ไหนเพราะน่องยังปวดๆ จากอาการตะคริวรับทาน ...วันนั้นจึงทำตัวอืดๆ เรื่อยๆ เปื่อยๆ บรรจงติดเตาต้มกาแฟ จากนั้นก็มาค่อยๆ ละเลียดหน้าจอคอมพิวเตอร์ ...และคงเป็นเพราะอาการบรรจงเชื่องช้าเหมือนตัวซาลาเมนเดอร์นี่กระมัง ระหว่างที่ตากำลังจ้องมองไปที่ข่าวสารบนมอนิเตอร์ และมือก็ค่อยๆ ยกแก้วกาแฟมาจ่อที่ปากนั่นเอง กาแฟก็ค่อยๆ ไหลรินราดลงบนคีย์บอร์ดอย่างบรรจงและแม่นยำ กว่าจะรู้ตัว คีย์บอดโน้ตบุ๊กผมก็เจิ่งนองไปด้วยกาแฟ espresso ยี่ห้อ illy ที่ส่งกลิ่นแสนจะเย้ายวน ...ผมจึงทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากค่อยๆ บรรจงผรุสวาทออกมาเบาๆ ว่า "ชิบบบบบบบบ Hi แล้วววววววววว"

อันที่จริงผมนั้นไม่ตื่นเต้นตกใจเท่าใดนัก เพราะเจ้าโน้ตบุ๊กคู่กายที่รับใช้ผมมากว่าสี่ปีเครื่องนี้นั้นมันได้พิสูจน์ความบึกบึนทนทานมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นน้ำหวานเฮลส์บลูบอย น้ำเปล่า หรือกระทั่งเบียร์ ก็ล้วนแล้วแต่เคยได้รับการเผื่อแผ่จากเจ้านายของมันมาแล้วทั้งนั้น นี่ยังไม่นับการตกหล่น โดนเหยียบ รวมถึงการเปิดเครื่องทิ้งไว้กว่าสามเดือน เจ้า "ถึกดำ" ของผมก็ บ่ เคยงอแง ...งานนี้จึงได้แต่บอกตนเองว่า "เอาน่า แม้จะโชคร้ายไปบ้าง ก็แต่นับว่ามีโชคดีผสม ...ดีที่คิดถูกในการเลือกใช้โน้ตบุ๊กยี่ห้อนี้ ...เหมาะกับคนซุ่มซ่ามอย่างเรา"

หลังจากนั้นก็หมดเวลาไปกับการทำความสะอาดคีย์บอร์ด ..แต่แม้จะบรรจงเช็ดซับ และทำความสะอาดอย่างไร กลิ่นกาแฟอันหอมหวนก็ยังส่งกลิ่นมากวนประสาทผมได้ตลอดเวลา เหมือนกับจะบอกว่า "เป็นไงล่ะ เสียดายกาแฟล่ะสิ" ...ตกตอนบ่ายอาการเหนียวๆ หนึบๆ ของคีย์ต่างๆ ก็เริ่มแสดงออกมา เรียกว่า กดหนึ่งคีย์มีแถมสาม ...ท้ายสุดจึงต้องใช้วิชาช่าง ขันล็อคและแกะเอาแผงคีย์บอร์ดออกมาทำความสะอาดแบบ comprehensive ...หลังแกะออกมาก็พบว่า การออกแบบโน้ตบุ๊คยี่ห้อนี้มันดีจริงๆ เพราะน้ำกาแฟไม่มีไหลหยดลงไปสู่ด้านล่างที่เต็มไปด้วยแผงวงจรและสายไฟเลย คีย์บอร์ดเองก็สามารถแกะเอาไปจุ๋มน้ำทำความสะอาดได้อย่างไม่ต้องกังวล

...แม้นจะเสียเวลาเสียแรง แต่ยังสามารถทำท่าไหล่ฝืนธรรมชาติเพื่อลูกหลังปลอบใจตัวเองต่อไปได้ว่า "เอ้อ ไอ้โน้ตบุ๊กยี่ห้อนี้มันดีจริงๆ"

เนื่องจากเสบียงเริ่มร่อยหรอ ค่ำวันต่อมาผมก็ต้องลงมือทำอาหารตุนไว้ เมนูก็ได้แก่หมูคั่วเค็ม เนื่องจากไปได้เนื้อติดซี่โครงชั้นดีมาหลาย "ก้อน" (หมายเหตุ ที่นี่หาซื้อหมูเป็นชิ้นโตๆ ค่อนข้างลำบาก เพราะมักจะมาแบบแล่เป็นชิ้นบางๆ สำหรับไปย่างกิน แถมยังมีกลิ่นสาปที่ชวน...อีกต่างหาก แต่หมูเป็นชิ้นโตๆ จะไม่มีกลิ่น) ในระหว่างสับๆ แล่ๆ อยู่นั่นเอง ก็มีนักศึกษาหน้าใหม่ชาวอินโดนีเซียเดินเข้ามาพูดคุยแนะนำตัว ...ดูหน้าตาท่าทางยังตื่นๆ ต่อญี่ปุ่นเหมือนกับผมเมื่อกว่าสองปีไม่มีผิด งานนี้ผมก็เลยต้องสับหมูไป พูดคุยกับคนที่ไม่รับประทานหมูไปอย่างออกรส ...และคงจะคุยเพลินไปหน่อย มีดที่หั่นหมูจึงหันมาแล่นิ้วผมแทน ...โอ้ว งานนี้เลือดกระจาย แอนตาซิลแจกหลายตังค์

ผมจึงต้องละทิ้งเขียงหมูเปอะเลือด (ตัวเอง) วิ่งกลับมาที่ห้องเพื่อพยาบาลตนเอง ระหว่างนั่งเอานิ้วกดให้เลือดหยุดไหล ท้องก็ร้องจ๊อกๆ ไม่หยุด ...เออ อะไรมันจะซวยเช่นนี้หว่า ทำตัวเองบาดเจ็บไม่พอ ยังมาเกิดตอนกำลังหิวๆ เสียด้วย ...แถมอาหารก็ยังไม่ลงมือ cook เลย ...จะให้ดูดนิ้วดื่มเลือดเหมือนแดร๊กคิวลาก็กลัวติดเชื้อ ...แผลเพียงแผลเดียวที่ปลายนิ้ว ทำไมมันกลับสร้างความยากลำบากได้ถึงเพียงนี้ ...คิดแล้วก็ "อยากมีเมียโว้ย" จะได้ไม่ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้ มีคนเตรียมสำรับไว้รอ (ยอมซักผ้าถูบ้านให้ก็ได้ วุ้ย)

...เฮ้อ ใครนะบอกว่า ทานเกลือไม่ทำให้เอ๋อ ทานปลาแยะๆ จะไม่เป็นอัลไซเมอร์ ...ผมงี้ซัดทั้งเกลือทั้งปลาเป็นประจำก็ยังมึนๆ งงๆ เบ๊อะบ๊ะซุ่มซ่ามไม่เปลี่ยน ...เฮ้อ ว่าแล้วก็ต้องแอ่นอก งอแขน เงื้อๆ ง่างๆ ทำท่าไหล่ฝืนธรรมชาติไปลูบหลังปลอบใจตนเองอีกครั้ง

เป็น-อยู่Medical Checkup

Comments

avatar
:D :D :D นี่เบ๊อะบ๊ะ ไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะเนี่ย
สงสัยวันนั้นคงเป็นช่วง พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก พระอาทิตย์แบก พระจันทร์หาม ถึงได้ซุ่มซ่ามได้ขนาดนี้
ว่าแต่ว่าอยากมีเมียเพราะอยากมีคนเตรียมสำรับไว้รอ
แต่ในความจริงอาจจะต้องทั้งซักผ้า.และทำกับข้าวให้หวานใจกินก็ได้นะ...มันบ่แน่...

By nampeewriter, # 3. April 2008, 15:30:14

avatar
^ นี่กระมัง...จึงทำให้ขบวนการ Feminism รวมถึงบรรดานักต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีในเมืองไทยจึงไม่ค่อยคึกคัก หรือมีอิทธิพลมากนัก เพราะสังคมไทยนั้น "ผู้หญิงเป็นใหญ่" มานมนานแล้วววววว

ปล. ชอบ avarta ใหม่คุณน้ำพี้จริงๆ เห็นแล้วชวนให้ชูสองนิ้วพร้อมกับฉีกยิ้มตามทุกที

By mekong, # 4. April 2008, 04:19:25

avatar

Originally posted by MeKong:


คิดแล้วก็ "อยากมีเมียโว้ย" จะได้ไม่ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้



แหม เพิ่งมาบอกเอาตอนจะจบ ผมงี้มองออกตั้งกะตอนตะคริวกินขาแล้ว ว่างานนี้ "ขาดคนนวด" ไม่ใช่ขาดคนหุงข้าว ๕๕๕๕

อาการป้ำเป๋อที่อ่านจนจบ ถ้าไม่เป็นเพราะตรากตรำงาน พักผ่อนน้อยละก้อ เวลากลับมาเมืองไทยก็ไปนั่งคุยให้หมอศัลยกรรมประสาทฟังเล่นๆมั่งนะครับ สมัยนี้คนเป็นโรคเส้นเลือดในสมองกันเยอะมากขึ้น ไม่ใช่เพราะเครียด แต่เป็นเพราะกายภาพ เช่น อากาศที่หายใจ อาหารที่กิน สิ่งแวดล้อมที่พัก+ที่ทำงาน เหล่านั้นนนนน ล้วนแต่ปนเปื้อนด้วยอะไรๆที่เราไม่รู้จักมากขึ้น

ที่ว่า รอกลับมาเมืองไทยค่อยปรึกษาหมอ เพราะเดาว่าที่ญี่ปุ่น หมอคงคิดค่าเสียเวลาเป็นนาที :right:

อีกทางหนึ่ง ก็ดีใจนะ ผมได้เพื่อนแล้ว ผมเดินเตะขาโต๊ะ ขาเก้าอี้เป็นประจำ ดีที่ยังไม่เคยเตะขานักเลง อิอิ


By simplifolks, # 4. April 2008, 12:30:59

avatar

Originally posted by quotee:


ปล. ชอบ avarta ใหม่คุณน้ำพี้จริงๆ เห็นแล้วชวนให้ชูสองนิ้วพร้อมกับฉีกยิ้มตามทุกที



หัวกระเทียม :worried:



By simplifolks, # 4. April 2008, 12:34:34

avatar
โห...พี่ทีเคว่าซะเสีย ม่ายช่ายหัวกระเทียมเน้อ...

By nampeewriter, # 4. April 2008, 15:53:08

avatar
แหะ แหะ แล้วมันคืออะไรน่ะ อ๋อ Mr. Smileys เหรอ


By simplifolks, # 4. April 2008, 16:02:44

avatar
ทุกรายการบ่น 200 ล้านตัวอักษร แก้ไขได้ง่าย ๆ ภายในไม่กี่บรรทัด

- มีเรื่องให้ต้องคิดแยะ -> จดโน้ตทันที ไม่ต้องคิดเป็นวงกลม :cool:
- ตะคริวขึ้นที่ขาข้างขวา -> ร้องไห้ซะให้พอ เสร็จแล้วทำใจให้สงบ ใช้สมาธิเคลื่อนความเจ็บได้ (ซีเรียส :idea: )
- โน้ตบุ๊กผมก็เจิ่งนองไปด้วยกาแฟ -> เปลี่ยนเป็นรุ่นที่กาแฟหกรดได้ เช่น โตชิบ้า (แถมโยนลงพื้นได้อีกตะหาก เห็นเขาทดสอบในงานคอมมาร์ต นานละ (อ้อ ขอโทษ ๆ ที่มีอยู่ก็ดีอยู่แล้วนี่หว่า :angel:)
ผมก็เลยต้องสับหมูไป พูดคุย..ไป -> say it", could u please keep your mouth shut for a while. let me finish this first" :D

By julyrhapsody, # 6. April 2008, 08:19:43

avatar
มาหาต้นตอ "เสียงแซว" + กับเดินสายนิดหน่อย

เจ้าของบล็อกคงจะสุวรรณวัย บ่นได้บ่นดี สมน้ำสมเนื้อกับผู้นำคนปัจจุบันของเมืองไทยจริงๆ

"...ไม่รู้ว่าเพราะอากาศแปรปรวน หรือมีเรื่องให้ต้องคิดแยะ หรือเพราะต้องเตรียมตัวเตรียมใจกับภารกิจที่กำลังถาโถมเข้ามา "-- ฮั่นแน่ สังขารเสื่อมไปตามกาล รำไม่ดี อย่าโทษปี่โทษกลอง เอิ๊กๆ

"คิดแล้วก็ "อยากมีเมียโว้ย" จะได้ไม่ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้"---เฮ้ย..อันนี้คุณพี่กะให้เมียเจ็บแทนอ่ะดิ..แหม่..ข้อนี้รับไม่ได้ ระวังจะได้เมียที่เราต้องเตรียมกับข้าวกับปลาให้เขานะ โอว์ นายทาสรุ่นล่าสุด --แช่งไว้เลยดีก่า เพี้ยง!

"เฮ้อ ใครนะบอกว่า ทานเกลือไม่ทำให้เอ๋อ ทานปลาแยะๆ จะไม่เป็นอัลไซเมอร์ " ---สงสัยต่อมดูดซึมจะdisorder เกลือกับปลาจะสู้กระแสดีกรีอันเชี่ยวกราก กระไรได้...


--
--
--

มาแซวเอาคืน โดยเฉพาะเลยงานนี้..:D

By chandra08, # 7. April 2008, 05:24:05

avatar
อุ้ยส์ เดี๋ยวเค้าก็ร้องไห้หรอก
แม้ดิฉันจะเห็นดีเห็นงาม+ขำไปด้วยกับการ*แซวเอาคืน* แต่เตรียมผ้าเช็ดหน้าไว้ซับน้ำตาคุณก้องดีก่า :D

By julyrhapsody, # 7. April 2008, 08:21:49

avatar
พี่ทีเค ...แหม พี่ทีเค ผมมิบังอาจเรียกร้องหาคนมา "นวด" หรอกครับ แค่ทำกับข้าวก็โดนอัดซะ

คุณน้ำพี้ ...ดูจากสีออกเหลืองๆ น่าจะเป็น "กระเทียมโทนดอง" เน่อ

คุณจันทรา...อูยยยย..."มาคุ" เลยงานนี้

"บุญคุณต้องทดแทน ความแค้นต้องชำระ" คุณ "ย้งยี้" หายไปนาน โผล่มาทีก็ชำระแค้นซะ

แหม...แค่แซวว่าไปเดินสายขอบคุณสื่อมวลชน อัดกลับมาพร้อมกับคำว่า "สุวรรณวัย"..."สังขารเสื่อม"..."นายทาส"..."ต่อมดูดซึม disorder" :cry:

...นี่เป็นข้อยืนยันเป็นอย่างดีอีกครั้งว่า สังคมไทยนั้น ผู้หญิงเป็นใหญ่มานานแล้วจริงๆ ...ไม่เป็นไรๆ แม้นกะมาเอาคืน แต่แค่กลับมาก็ชวนให้สังคม MyOp. ดูคึกคักในบัดดล

คุณจูไลฯ...ขอบคุณหลายๆ ที่เตรียมผ้าไว้ซับน้ำตา กลัวแต่ว่าคุณจันทราแกจะแอบเอา "พิมเสน" ไปหมกไว้ เช็ดที น้ำตาเลยยิ่งไหลพราก:D

- ตะคริวขึ้นที่ขาข้างขวา -> ร้องไห้ซะให้พอ เสร็จแล้วทำใจให้สงบ ใช้สมาธิเคลื่อนความเจ็บได้


โอ้ว เพิ่งรู้ว่าที่่แท้คุณจูไลฯ นั้นเป็นจอมยุทธหญิง มีวิชาเคลื่อนจุด ...ข้าน้อยขอคารวะ ไว้จะฝึกฝนตามอย่าง

By mekong, # 7. April 2008, 09:40:17

avatar
ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ แต่ไหนแต่ไรดิฉันเห็นผู้ชายเป็นเพศที่น่าสงสาร ชวนปกป้อง ซับน้ำตาอยู่แระ p:

(เว้นแต่เจอชายชั่ว สนับสนุนให้รัวหมัดต้อนเข้ามุม น็อคซะ!! ฮาๆ)

อูยย มิบังอาจเอาความดีใส่ตนหรอกค่า เพียงแต่คิดว่า *สมาธิ* เขามีดีจริง ๆ นะ
หลาย ๆ เรื่องขึ้นกับ *พลังใจ* (ขอหลีกเลี่ยงใช้คำว่าพลังจิต เพราะมันฟังดูอภินิหารชอบกล)คือยิ่งเราไปกังวลกับมัน ก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น ลองทำใจสบาย ๆ นึกในใจว่า "กำลังจะหายละ ๆ ๆ ๆ" ก็ดีขึ้นเล็กน้อย นอกเหนือจากนั้นก็ต้อง comfort ตัวเองด้วย aromatherapy หรือทา balm อะไรก็ว่าไป

By julyrhapsody, # 7. April 2008, 10:03:25

avatar
^ รอสักนิด แล้วจะมีเพลงมามอบให้แทนคำขอบคุณสำหรับทุกๆ ท่าน

By mekong, # 7. April 2008, 19:37:08

avatar
โอว์..ท่านมารบูรพา อ่านกันขาดเลยนะเนี่ย เห็นภาคมารของข้าพเจ้า ..อิอิ..

:devil:

By chandra08, # 8. April 2008, 15:41:20

avatar
โอ้ว ...ที่ีแท้ก็มีภาคมารปะปน อื้ม ผมชักเชื่อจริงๆ ซะแล้วว่าคุณจันทรานั้นคือ "ย้งยี้" เพราะเธอไม่เคยประกาศว่าเป็นพวกพรรคเทพที่มือถือสากปากถือศีล แต่แสนจะตรงไปตรงมา ...คารวะหนึ่งจอก

แต่ที่น่าแปลกใจคือคุณจูไลฯ ที่กำเคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายจุด ฉะนั้น จงเผยนามในยุทธภพให้ข้าน้อยได้เปิดหูเปิดตาเถิด ...เพราะตอนนี้เดาไม่ออกว่าเป็น จอมยุทธหญิงแห่งเขาเหลียงซาน หรือว่าเป็นจอมดาบหญิงแห่งเข้าง้อไบ๊กันแน่ :D

By mekong, # 11. April 2008, 14:22:36

avatar
....หลิ่วบ่ ไบ๊ มั้งเนาะ คุณก้อง อิอิ


By simplifolks, # 11. April 2008, 17:27:02

avatar
:D

By mekong, # 17. April 2008, 04:49:57

avatar
มีคนแปลให้ควังว่า บ่ แปลว่า ไม่ (เหมือนภาษาลาว และอิสานบ้านเฮา) ไบ๊ แปลว่า คิ้ว
ชื่อนางคือ นางไม่มีคิ้วแซ่หลิ่ว
:faint:


By simplifolks, # 17. April 2008, 07:28:37

avatar
^ จ๊าก :lol: หากกระทบถึงใคร งานนี้ผมไม่เกี่ยวนะ (ขอเอาตัวรอด แอบไปขำคนเดียว)

By mekong, # 17. April 2008, 09:34:26

avatar
อ้าว รอเดี๋ยวดิ๊ ให้ลุงวิ่งขึ้นหน้าก่อน....


By simplifolks, # 17. April 2008, 09:45:41

Write a comment

Comment
(BBcode and HTML is turned off for anonymous user comments.)

Please type this security code : 9aa320

Smilies