หิ่งห้อยกับดวงดาว
Thursday, 12. June 2008, 08:17:59
ภาพจาก : http://www.nstlearning.com/~km/?p=3187ไกลออกไป ในที่ที่แสงไฟสว่างไสวของเมืองใหญ่ยังไม่รุกล้ำความมืดของราตรีกาล ท่ามกลางความมืดมิด มีกลุ่มแสงเล็กๆ สว่างวิบกะพริบหายอยู่วาบวาบ
ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ยังไม่เข้าสู่ห้วงนิทราต่างจ้องมองแสงนี้ด้วยความเพลิดเพลินและหลงใหล...แสงสว่างแม้เพียงเล็กน้อยเมื่ออยู่ท่ามกลางความมืดช่างมีเสน่ห์เย้ายวนใจ ราวกับดาวบนฟ้าพร้อมใจกันลงมาให้ผู้คนบนดินได้เชยชม
ผู้คนออกมาชี้ชวนกันดูแสงงาม
ใช่แล้ว, แสงแห่งหิ่งห้อย มนต์เสน่ห์แห่งธรรมชาติยามค่ำคืน
บรรดาหิ่งห้อยหาได้รู้ไม่ว่า แสงของมันมีเสน่ห์ มันรู้เพียงว่านั่นเป็นสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้ และมันก็รับไว้ใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้นเอง
แล้วหิ่งห้อยก็ได้รับรู้ถึงความงามของตนในคืนหนึ่ง เมื่อดาวดวงหนึ่งบนฟากฟ้า...ดาวซึ่งไม่มีใครรู้จักเอ่ยทัก
“สวยจัง ฉันเฝ้ามองโลกอยู่นาน...โลกที่กว้างใหญ่ มีแสงสว่างมากมาย แต่ฉันว่าแสงของเธอสวยกว่าแสงใดๆ ที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น”
หิ่งห้อยมองหาที่มาของเสียง
“ฉันอยู่ข้างบน...บนท้องฟ้านี่”
หิ่งห้อยมองหา บนท้องฟ้ามีดวงดาวมากมาย มันไม่รู้จริงๆ ว่าดาวดวงไหนกันที่เอ่ยชมซะจนมันเขิน
“คุณดวงดาว โปรดระบุตำแหน่งด้วยว่าคุณอยู่ที่ไหน”
“ลองมองหาดาวดวงเล็ก ที่ไม่ได้อยู่รวมกับกลุ่มดาวใดๆ สิ ฉันเป็นดาวที่มนุษย์ยังไม่ค้นพบ เลยยังไม่มีชื่อ” ดวงดาวตอบ
“นั่นคุณใช่มั้ย?” หิ่งห้อยหันไปที่ดาวดวงหนึ่ง ดาวดวงเล็กๆ ซึ่งมีแสงสว่างวิบกะพริบวาบ คล้ายกับตัวมัน
“ใช่ๆ, แต่เห็นฉันเล็กๆ อย่างนี้จริงๆ ฉันตัวใหญ่มากนะ เพียงแต่ฉันอยู่ไกลเธอจึงมองเห็นว่าฉันเล็ก แต่ที่ฉันมองเห็นแสงจุดเล็กๆ อย่างเธอนี่ไม่รู้ว่าเพราะฉันสายตาดี หรือเพราะเรามีส่วนที่คล้ายกัน” ดวงดาวชวนเพื่อนใหม่คุย
“คล้ายกันยังไงเหรอ?” หิ่งห้อยนึกสงสัย
แสงเล็กๆ อย่างมันจะคล้ายกับแสงดาวที่ดูยิ่งใหญ่ได้อย่างไร แค่ฟังชื่อก็รู้สึกถึงความต่างแล้ว...หิ่งห้อยกับดวงดาว
“ตรงที่ผู้คนมองเห็นเพียงว่าเราเป็นแค่แสงเล็กๆ ท่ามกลางแสงอีกมากมายมั้ง” ดวงดาวตอบ
นับแต่นั้นมาดวงดาวกับหิ่งห้อยก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ทั้งสองผลัดกันเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ได้พบเห็นให้อีกฝ่ายได้ฟังอย่างสนุกสนาน
แม้หิ่งห้อยจะมีอายุไม่ยืนยาวเฉกเช่นดวงดาว แต่เมื่อหิ่งห้อยรุ่นก่อนๆ ตายไป ก็จะมีหิ่งห้อยรุ่นใหม่ๆ เติบโตขึ้นแทนเสมอ ดาวดวงน้อยซึ่งเล็กเกินกว่าที่นักดาราศาสตร์จะสนใจจึงไม่เคยเหงา แม้จะเศร้าใจในเวลาที่เพื่อนเก่าจากไป แต่นานวันเข้ามันก็ได้รู้ว่านั่นคือสัจธรรมที่ไม่อาจเลี่ยง สักวันก็คงถึงเวลาที่มันต้องจากไปเช่นกัน
แล้ววันหนึ่งดวงดาวก็พบว่าแสงจากหิ่งห้อยเพื่อนของมันมีจำนวนน้อยลง
ดวงดาวสอบถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง และได้คำตอบที่น่าเศร้าว่า
“เมื่อเร็วๆ นี้มีผู้คนมากมายย้ายมาอาศัยที่บริเวณที่ฉันอยู่ เขาสร้างอาคารใหญ่โต ผู้คนเรียกสิ่งนั้นว่าโรงงานอุตสาหกรรม เขาสร้างบ้านเรียงรายและเรียกสิ่งนั้นว่าหมู่บ้านจัดสรร เขาสร้างสนามโล่งๆ กว้างๆ ปลูกหญ้าเตี้ยๆ แล้วเรียกสิ่งนั้นว่าสนามกอล์ฟ...การก่อสร้างสิ่งต่างๆ ทั้งหมดนั้นทำให้ต้นลำพูบ้านของฉัน และต้นไม้อื่นๆ ถูกโค่นลง เมื่อต้นลำพูลดจำนวนลง หิ่งห้อยอย่างฉันลดลงไปด้วย หิ่งห้อยไร้บ้านจำนวนมากตายลงก่อนที่จะได้มีลูกหลานไว้สืบทอดเผ่าพันธุ์ พวกเราที่เหลืออยู่ก็ต้องอยู่อย่างอดอยาก บางตัวก็ไม่แข็งแรงเพราะบินไปอาศัยในต้นไม้อาบยาพิษ...บางตัวทนความหิวไม่ไหวทั้งที่รู้ว่าสิ่งที่กินปนเปื้อนด้วยยาฆ่าแมลงก็ยังฝืนกิน...”
แสงจากดวงดาวที่ได้รับรู้ความเดือดร้อนของเพื่อนหรี่วูบลงด้วยความเศร้าแล้วลุกโชนด้วยความโกรธ แต่เพราะมันเป็นเพียงแสงเล็กๆ แสงหนึ่งบนท้องฟ้าจึงไม่มีใครสังเกตเห็น
แม้จำนวนหิ่งห้อยจะลดน้อยลง แต่ผู้คนก็ยังคงชี้ชวนกันมาดูแสงแห่งหิ่งห้อยอยู่ ทว่าคนเหล่านั้นไม่ใช่ผู้คนเดิมๆ ที่เป็นชาวบ้าน ไม่ใช่เด็กที่ไม่อยากนอนร้องโยเยยามค่ำด้วยห่วงเล่น ไม่ใช่หนุ่มสาวที่ชี้ชวนกันดูความงามของธรรมชาติยามกลางคืน ไม่ใช่คนแก่ที่นอนไม่หลับแม้จักข่มตาเท่าใด หากแต่เป็นผู้คนที่เรียกตัวเองว่า ‘นักท่องเที่ยวผู้รักธรรมชาติ’
ผู้คนออกมาชี้ชวนกันดูแสงงาม
ใช่แล้ว, แสงแห่งหิ่งห้อย มนต์เสน่ห์แห่งธรรมชาติยามค่ำคืน ที่คนเมืองใหญ่ยากจะสัมผัส
กาลเวลาผ่านไป บัดนี้แสงของหิ่งห้อยแทบไม่มีให้เห็น นักท่องเที่ยวผู้รักจะฉกฉวยเสพเอาความงามของธรรมชาติหมดสนุกและเบื่อหน่ายกับการเฝ้ารอค่อนคืนเพียงเพื่อจะได้เห็นแสงเล็กๆ
“แสงเล็กๆ ไม่ควรค่าแก่การรอคอย” พวกเขาสรุปแล้วจากไปอย่างไม่ไยดี
ดวงดาวกวาดตามองหาหิ่งห้อย แสงจากหลอดไฟฟ้าสว่างไปทั่ว ไม่ว่าจะที่ไหนก็มีแต่แสงเทียมที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น แสงสว่างจัดจ้าแต่ไร้เสน่ห์บดบังแสงของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ อย่างหิ่งห้อยจนหมดหรือ หรือว่าไม่มีหิ่งห้อยเหลืออยู่อีกแล้ว !
ดวงดาวตะโกนร่ำร้องหาเพื่อน แต่ไร้เสียงตอบ มันอยากรู้ว่าเพื่อนมีความเป็นไปอย่างไรบ้าง เมื่อไม่มีเสียงตอบรับจากเพื่อน ทั้งยังมองไม่เห็นว่าเพื่อนอยู่ที่ไหน ดวงดาวจึงตัดสินใจออกเดินทางตามหาหิ่งห้อย
มันระเบิดตัวเองออกเป็นสะเก็ดดาวนับพันนับหมื่นชิ้นและพุ่งตรงมายังโลก !
ผู้คนออกมาชี้ชวนกันดูแสงงาม
ใช่แล้ว, แสงแห่งดาวดวงเล็กๆ ที่หล่นจากฟากฟ้า มนต์เสน่ห์แห่งธรรมชาติยามค่ำคืนที่ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆ คนเมืองใหญ่เรียกแสงนั้นว่า ‘ฝนดาวตก’
ทว่า หิ่งห้อยกลุ่มสุดท้ายของดาวโลก ซึ่งอ่อนแรงเกินกว่าจะตอบรับเสียงเรียกจากดวงดาว เรียกแสงนั้นว่า ‘น้ำตาแห่งดวงดาว’
หากคำอธิษฐานกับดาวตกเป็นจริงได้ดังตำนานที่ผู้คนเล่าขาน...สักวันหิ่งห้อยและดวงดาวคงได้พบกัน
11 มิถุนายน 2551














1 2 3 4 Next »
น้ำพี้ # 13. June 2008, 07:22
เป็นนิทานที่สวยมาก และ ในขณะเดียวกันก็เศร้ามากด้วย
ภาวนาให้ดาวน้อย ได้ พบกับหิ่งห้อย
ในฟากฟ้าแห่งจินตนาการ
คิดถึงต้นลำพูต้นเก่า ที่ขึ้นอยู่หน้าบ้านรินน้ำ
วันที่ถนนยังไม่ไป..ไฟฟ้ายังไม่มี
ค่ำคืนมีเพียงแสงตะเกียงริบหรี่
วงสนทนาใต้แสงดาว และ วาวระยิบของหิ่งห้อย
เรื่องเล่าจากผู้ใหญ่
ที่กำลังบรรจงเจียนใบตอง
กระร่อยกระหริบห่อขนม
เราเด็ก ๆ แอบหยิบไส้ขนมชิมไป....ฟังไป
.....เดี๋ยวนี้ทั้งหมดนั้น...เปลี่ยนไปแล้ว
romanceguy # 13. June 2008, 10:54
อดไม่ได้ที่จะฟังเพลง นิทานหิ่งห้อย..
สายน้ำพระจันทร์ # 16. June 2008, 08:41
สวยงาม และ แสนเศร้าอย่างน้าน้ำพี้ว่า
น่าให้เด็กได้อ่านเยอะๆ จะได้ดังไปถึงหัวใจผู้ใหญ่
ผู้ใหญ่ที่มีแต่ทำลาย
บางทีเราก็ทำให้สิ่งที่มีคุณค่าหลายสิ่ง หลายอย่างสูญสิ้นไป
เพื่อแลกกับ มูลค่า ที่มีแต่สร้างความหายนะตามมาหลังจากนั้น
บรรยากาศที่น้าน้ำพี้เล่า เป็นความทรงจำที่ดีจริงๆ
คิดถึงบ้านริมคลอง ... ที่เปลี่ยนไปแล้ว จริงๆ
อืมต้องอ่านประกอบเพลงนิทานหิ่งห้อย ใช่ไหมคุณเวนิส
ว่าจะเขียนเรื่องหิ่งห้อยที่ไปตามหาจนเจ็บตัว
มาอ่านของชนาแล้ว .. แสงของหิ่งห้อยยิ่งสวยงาม
tirannor # 18. June 2008, 10:03
tk9 # 18. June 2008, 10:44
แต่อ่านที่น้ำพี้เขียนใน ค.ห.ข้างบนก็ได้อารมณ์หวนหา...
Kosol # 29. June 2008, 14:53
เดี๋ยวนี้หิ่งห้อยไม่ค่อยมีแล้วนะ
romanceguy # 29. June 2008, 20:02
นิธิ นิธิวีรกุล # 8. July 2008, 05:26
ด้วยเหตุผลหลายๆ องค์ประกอบรวมกันที่ทำให้อ่านเรื่องนี้ของน้าชนาแล้วเศร้า
อาจเพราะช่วงวัยเด็ก เคยผูกพันกับต้นไทรศักดิ์สิทธิ์ในซอยที่ใครๆ พากันกราบไหว้
แต่นิธิกลับปีนป่ายเล่นกับเพื่อนที่ไม่มีตัวตน ด้วยความเหงา
จนเมื่อโรงงานเข้ามาตั้ง เวนคืนที่ดินที่เคยเป็นต้นไทร ซึ่งรวมถึงห้องแถวเช่าที่ตั้งของบ้านด้วย
แม้ไทรต้นนี้ ไร้หิ่งห้อย และในชีวิตจริง เคยสัมผัสหิ่งห้อยก็เมื่อไปออกค่าย
แต่อยู่ในอารมณ์ที่โหยหาเหมือนกัน
ผมนึกถึงหลายๆ สิ่งที่มนุษย์เราสร้างและทำลาย
พอหวนมองรอบตัว แล้วก็คิดว่าเราจำเป็นต้องพึ่งพามันจริงๆ น่ะหรือ?
ใน บันทึกจากหุบเขาฝนโปรยไพร ของกนกพงศ์
พูดถึงการงานของกวีชาวไร่ ที่เบียดเบียนเงินค่านมลูกมาเป็นกระดาษเพื่อบันทึกถ้อยคำ
ก่อนจะจากไปด้วยความอดยาก
คุณค่าของสรรพสิ่ง เราจะรู้ค่า เมื่อมันจากไป ยังคงใช้ได้เสมอ
tk9 # 8. July 2008, 12:31
nana # 9. July 2008, 09:27
Thai Graphic Comment
รอลุงจนหลับไปแย้ว คิคิ
tk9 # 9. July 2008, 13:00
tirannor # 9. July 2008, 13:37
tk9 # 9. July 2008, 14:47
nana # 10. July 2008, 05:39
คร่อก...หลับต่อ วันนี้อากาศน่านอน
tk9 # 10. July 2008, 05:49
เพื่อนผมชื่อ โรจน์เถลิง ดำเกิงมณี ฮี่ๆ
tk9 # 10. July 2008, 05:54
เพื่อนผมชื่อ โรจน์เถลิง ดำเกิงมณี ฮี่ๆ
nana # 10. July 2008, 06:02
น้ำพี้ # 10. July 2008, 06:19
วันเสาร์อาทิตย์ ที่ผ่านมา
น้องมิ้มไปเที่ยวคำแสดริเวอร์แควรีสอร์ท ที่นั่นมีกิจกรรมให้เด็กได้ระบายสีคุ๊กตาปูนปาสเตอร์ น้องมิ้มเลือกระบายรูปคิตตี้ใส่กระโปรงสีหวาน ระบายเสร็จเอามาอวด แม่มดถามว่าไอ้ที่แดง ๆ อยู่บนหัวหน่ะคืออะไร น้องมิ้มบอกว่าคิตตี้ซน เดินชนเสาหัวแตกเลือดออก แล้วก็เลยร้องไห้ พลางชี้ให้ดูว่าน้องมิ้มวาดหยดน้ำตาไว้บนหน้าคิตตี้ด้วย ได้ยินแล้วก็แอบขำตรงที่น้องมิ้มบอกว่าเป็นเลือดหน่ะ .... ที่แท้มันคือโบว์สีแดงของคิตตี้ แต่พอดี ระบายสีเลอะเทอะไปหน่อย โบว์ก็เลยไม่ดูเป็ยโบว์ แต่เจ้าตัวดีก็โมเมแต่งสถานการณ์เอาตัวรอดไปได้
วันก่อนแม่ถามว่าน้องมิ้มไหนหล่ะสมุดจดการบ้าน ไม่เอามาให้เซนต์ชื่อเหรอ น้องมิ้มบอกว่า “อ๋อ...ไม่ต้องหรอกค่ะเรียบร้อยแล้ว” แม่มดชักเอะใจตามไปเปิดดู.. เรียบร้อยจริง ๆ ค่ะ น้องมิ้มปลอมลายเซ็นต์ป่ะป๊าไปเรียบร้อย นั่งประดิดประดอยซะจนมองเผิน ๆ เหมือนเลย ทั้ง ๆ ที่ลายเซนต์ของป๊าเขียนไม่ง่าย ขนาดน้ากับแม่ยังเขียนได้ไม่ใกล้เคียง อาน้องมิ้มมาแอบกระซิบ “มันทำพฤติกรรมเหมือนฉันเลยว่ะ แต่ฉันทำตอนป.สี่ ป.ห้าแล้วนะ นี่มันแค่ ป.หนึ่งเอง”
แม่มด กับ ป่ะป๊า คงต้องเครียมปวดหัวล่วงหน้า นี่ขนาดหนูเพิ่งอยู่ป.หนึ่งเท่านั้นนะ
tk9 # 10. July 2008, 10:44
เช่นป๊ะป๋าไปต่างจังหวัด
Bleuemontagne # 12. July 2008, 12:16
ชอบตอนจบโมแลนติก
ว้างๆหวังๆ
nana # 14. July 2008, 06:11
- ชอบคำว่า ว้างๆ หวังๆ จังค่ะพี่ภู
tk9 # 14. July 2008, 07:18
ว้างว้าง หวังหวัง และวังเวงงง
ป๋มเอง ลืมคำว่า หวัง ไปแล้ว
น้ำพี้ # 14. July 2008, 07:26
อ้างว้างว่างเว้นว่างหวัง
วุ่นวายวกวนเวงวัง
ละล้าละลัง..ว้างหวัง..วังเวง
nana # 14. July 2008, 07:32
(ตอนที่ชนาถามลุงไง เรื่องลองทำอะไรที่ไม่เคยทำ แล้วรู้สึกประหลาดๆ อ่ะ)
nana # 14. July 2008, 07:39
saniismail # 21. July 2008, 00:06
saniismail # 21. July 2008, 00:07
nana # 21. July 2008, 05:41
thanks for visited my blog.
yes, i'm a children books writer (you too?)
nice to meet & glad to change all idea with you.
saniismail # 21. July 2008, 07:04
yes, i am a children books writer and illustrator. and i also have my own children books publishing company ( a small publishing companay). we just publish two book ( in Malay - the centipede and arranged the stone ). arranged the stone was write by my wife and the illustrations was made by me, the centipede was write and illustrate by me. in the end of this month ( july ) both of us will be launch our new books ( in malay too ) , the spiral tree (write and illlustrate by me )and the jumping frog ( write by my wife ). if you want to see my book, you can view at http://endahseni.wordpress.com what about you, how many book you write and what your next project.
tk9 # 21. July 2008, 10:15
I guess population reading index in Malaysia is high.
nana # 21. July 2008, 15:20
most of my tales published in magazine. my frist book is about the eclipse of the sun. my recent book will publish soon is a short story for children (all stories are on this blog). I don’t tell this to Uncle TK (Simplifolks) because I want to surprise him when ever my book published. 5555
tk9 # 21. July 2008, 15:33
นิธิ นิธิวีรกุล # 21. July 2008, 15:39
น้ำพี้ # 21. July 2008, 15:40
"Mytale" has many success stories in this year,Congratulation !
For Saniismail 5555 = Ha..Ha..Ha (Sound of laughing )
nana # 21. July 2008, 15:43
you know who's my book proofreader?
น้ำพี้ # 21. July 2008, 15:45
nana # 21. July 2008, 15:46
romanceguy # 21. July 2008, 15:47
I love all of she stories
tk9 # 21. July 2008, 15:53
nana # 21. July 2008, 15:54
nana # 21. July 2008, 15:56
น้ำพี้ # 21. July 2008, 15:58
nana # 21. July 2008, 16:00
น้ำพี้ # 21. July 2008, 16:06
หรือไม่คนที่มีผลงาน Proof reader มาแล้ว เก้าะสาวปูหวานใจนิธิอ่ะ
nana # 21. July 2008, 16:13
น้องปูนั่นเอง
romanceguy # 21. July 2008, 16:14
romanceguy # 21. July 2008, 16:15
nana # 21. July 2008, 16:18
tk9 # 21. July 2008, 16:19
มิน่ามัวแต่กรวจต้น'บับของชนานี่เอง อย่างนี้น้องปูไม่มีน้องแน่ๆ
คิกๆๆๆ เดี๋ยวได้อยู่ชมรมเดียวกะโรมันซีกุย
nana # 21. July 2008, 16:26
พอหนังสืออกมาจะได้อ่านนิทานให้เค้าฟังได้พอดี