Wednesday, 10. June 2009, 02:09:21
*"เต๋า-ยุ้ย" เปิดใจรักฟ้าแลบ รู้จักกันแค่ 3 เดือน เป็นแฟนกันได้ 14 วัน
แต่งเลย ฝ่ายหญิงลั่น การตัดสินใจเกิดจากความรัก อีกทั้งสงสารอยากปกป้องเต๋า
เผย เป็นคนบอกฝ่ายชายเอง ว่า รุ่นนี้ต้องท้องก่อนแต่ง
ด้านเต๋าประกาศหยุดความบัดซบของตัวเองเพื่อยุ้ย บอก
ประทับใจภรรยาที่ให้ใจว่าผมสามารถเป็นพ่อที่ดีของลูกได้
พร้อมเอาศักดิ์ศรีเป็นเดิมพัน ถ้าครั้งนี้ทำไม่ได้อย่างที่พูด
จะไม่มีใครได้เจอตนอีกเลย ขณะที่แม่ฝ่ายหญิงถึงกับน้ำตาพราก
หลังรู้ว่าทั้งคู่จะแต่งงานกัน*

หลังจากที่อดีตพระเอก-นักร้องชื่อดัง *"เต๋า สมชาย
เข็มกลัด"*ออกมายอมรับว่าได้จดทะเบียนสมรสกับภรรยาคนใหม่
*"ยุ้ย อัฐมาศ อัศววิมล" *แบบสายฟ้าแลบ ไปเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา
ก็ทำให้เกิดคำถามตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางรักของทั้งคู่
ที่มารักกันตั้งแต่ตอนไหน รักกันได้ยังไง
หรือแม้กระทั่งฝ่ายหญิงพลาดท้องหรือเปล่า ถึงต้องแต่งปุ๊บปั๊บขนาดนี้?
หลากหลายข้อกังขาที่กล่าวมาข้างต้น
แม้ว่าหนุ่มเต๋าจะออกมาเฉลยไปบ้างแล้ว แต่บรรทัดถัดจากนี้ไป คือ
คำสัมภาษณ์แบบหมดเปลือกของ "เต๋า-ยุ้ย" ที่เปิดใจกับนิตยสาร "ดิฉัน" ฉบับล่าสุด
ที่ "ASTVผู้จัดการออนไลน์" รวบรวมมาให้อ่านชนิดคำต่อคำ
ยุ้ย *"รู้จักกันตามงานปาร์ตี้ เพราะว่ามีคนนึงที่เขารู้จักเราทั้งคู่
(พี่ต้น) แต่ก็ไม่เคยได้คุยกันนะ เพราะนั่นแ.. ่งก็เมาตลอด เห็นหน้ากันก็เฉยๆ
เขารู้ว่าเราชื่อยุ้ย จบ จนพอเจอกันอีกครั้งนึง เขาจ้องหน้าเรา
และไปกระซิบบอกพี่ต้นว่า พี่ต้น จีบได้ป่ะ แล้วเขาก็เดินมาพูดเลยว่า มีแฟนรึยัง
เราบอกว่า ยัง เขาถาม จีบได้ป่ะ เราบอก กล้าๆ หน่อย คือ
เราก็คิดว่าเขาเมาและแซวเล่น"
*
"วันรุ่งขึ้นเขาโทรศัพท์มา เราก็รู้สึกว่า เอ๊ะ...มันเอาจริงรึเปล่าวะ
เขาบอกว่า คิดถึงเว้ย เราก็เริ่มกลัว เลยโทรศัพท์ไปบอกพี่ต้นว่าฝากบอกมันด้วยนะ
ถ้าเป็นเพื่อนกันโอเค.แต่ถ้าจะจีบแบบขำๆ เราไม่ขำนะเว้ย คือ
เราก็นึกไม่ออกว่าเขาจะมาเล่นๆ หรือเจ้าชู้รึเปล่า แต่เราไม่รู้จักเขาไง
เพราะข่าวเขาเราก็ไม่ได้สนใจ แต่ถ้าจะมาเจ้าชู้เล่นๆ ไม่เอานะ ฉันแก่แล้ว
ไม่ใช่เด็กๆ ด้วย อย่ามาหลอกฉัน"
"หนังเขาอะไรยังไงบ้างเราไม่เคยดู รู้แต่ว่าเขามีข่าวไม่ดีก็เท่านั้นเอง
เพียงแต่ว่าวันนั้นที่เขามาจับมือเรา เขาบอกว่า ยุ้ย ฉันเหงา
พอฟังแบบนั้นแล้วเรารู้สึกได้เลยว่าข้างในเขารู้สึกไม่ดี เขาว้าเหว่"
"วันรุ่งขึ้นถัดมา เขาจะมาหาเรา
เราก็เลยตั้งใจจะบอกสิ่งนี้กับเขาด้วยตัวเอง
แต่ปรากฏเขาดันโทร.ไปหาพี่ต้นเสียก่อน เขาบอกพี่ต้นว่าเขากำลังจะไปหาสาว
พี่ต้นก็ใส่เลยว่า มึงอย่าไปวุ่นวายกับชีวิตเขา
เขาได้ยินพี่ต้นพูดก็คงเฮิร์ตก็เลยโทร.มาบอกว่า ไม่เอาแล้วนะ *จนเช้าอีกวัน
เขาส่งแมสเสจมาว่า ขอโทษที่มารบกวนวุ่นวายกับชีวิตเธอ แต่เธอเป็นคนน่ารักนะ
ยินดีที่ได้รู้จัก...ขอบคุณ* เราก็ เฮ้ย...สงสัยพี่ต้นไปด่าอะไรมันแน่เลย
*เราเลยส่งแมสเสจกลับไปว่า
"ไม่รู้ว่าเราได้ยินหรือคุยกับใคร แต่ถ้าฉันเจอเธอเมื่อวานนี้
ฉันก็มีบางอย่างที่อยากจะบอกเธอเหมือนกัน ฉันอยากคุยด้วย" เขาก็หายหัวไป
จนเที่ยงคืนโทร.มาถามว่า เธอจะบอกอะไรฉัน เราก็บอกไปว่า ฉันไม่ขำนะ
ฉันแก่แล้วโตแล้ว ถ้าจะมาขำๆ เล่นๆ อะไรกับฉัน ฉันไม่เอานะ เป็นเพื่อนกันดีกว่า
"*
*"เขาก็โทร.มาอยู่เรื่อยๆ สักวันสองวันที
แต่ทุกครั้งที่โทร.มาจะเป็นตอนกลางคืนและก็เมา
เมาแบบพูดไม่รู้เรื่องโทร.มาก็บอกว่า ฉันรักเธอ* เราก็
เฮ้ย...รู้จักฉันแล้วเหรอ เจอกันแค่ที่งานคอนเสิร์ต จะมารักฉันแล้วนี่นะ
เขาพูดอีกว่า ฉันรู้ว่าเธอเอาฉันอยู่...ยุ้ย เราก็ เฮ้ย
อย่างนี้มันผู้ชายเจ้าชู้รึเปล่า เพราะผู้หญิงจะชอบนะเวลาเจอผู้ชายบอกว่า
ฉันรู้นะว่าเธอเอาฉันอยู่ คือ เหมือนกับคนอื่นเอาเขาไม่อยู่ แต่เราเอาอยู่"
รู้จักกันแค่สามเดือนคิดยังไงถึงตัดสินใจแต่งงาน?
ยุ้ย *"มันถึงสเตจด้วยไง ฉันอายุ 35 แล้ว
แล้วนิสัยเราก็ใกล้เคียงกันมากเลย คิดอะไรคล้ายๆ กัน เขามีในสิ่งที่ฉันไม่มี
เขาไม่มีในสิ่งที่ฉันมี เขาเป็นคนมีเสน่ห์ น่ารัก charming
งานของเขากับเราคนละสาย เราทำมาร์เก็ตติ้ง เขาเป็นศิลปิน เราเป็นแม่ค้า"
*
"เราไม่มีแฟนมาแล้วเจ็ดปี เคยมีที่คบกันมาเก้าปีแล้วก็เลิก
จากนั้นก็ไม่เคยมีแฟนอีกเลย จนนั่งถามตัวเองว่า สงสัยต้องอยู่คนเดียววะ
พอวันนึงก็มีผู้ชายคนนึงเดินเข้ามา ซึ่งแม้จะรู้ว่าเขาทำด้วยอารมณ์
แต่เราว่าชีวิตมันก็เริ่มต้นใหม่กันได้ตลอด *ตอนแรกก็คิดล่ะว่า
ทำไมต้องแต่งงานวะ ไม่แต่งไม่ได้เหรอ แต่เขาบอกว่า ฉันอยากมีลูก
ฉันอยากเลี้ยงเด็ก อยากพาเธอไปฝากท้อง เรายังหันไปบอกเลยว่า
เฮ้ย...รุ่นนี้ต้องท้องก่อนแต่ง
เพราะเรารู้สึกว่าถ้าอยู่อย่างนี้มีความสุขก็ไม่เห็นต้องผูกมัด
*
"เขากระซิบข้างหูบอก แต่งงานกับฉันนะ เราก็กลับไปคิดคืนนึง
จนมาที่คำตอบว่า มันไม่มีอะไรในโลกนี้ที่แน่นอน แต่ ณ
วันนี้บนความตั้งใจเดียวกัน เราอยู่กับเขาแล้วเรามีความสุข *ถามว่า
ทำไมต้องคนนี้ มันบอกไม่ได้หรอก ส่วนหนึ่งรู้ว่ามันเริ่มมาจากความสงสาร
เพราะเรามาจากครอบครัวที่อบอุ่นมากไง พ่อแม่เราดี
พอเห็นเขาแล้วเราก็รู้สึกเลยว่าอยากดูแล อยากปกป้อง
เห็นเราแบบนี้แต่ใจเราแข็งกว่าเขาอีก"
*
วันที่ไปคุยกับครอบครัวของฝ่ายหญิงเรื่องจดทะเบียน
คุณพ่อคุณแม่ของยุ้ยว่าไงบ้าง?
ยุ้ย *"ตอนแรกบอกพ่อแม่นะว่าจะไปกินข้าว พอไปถึงโต๊ะอาหารจริง เฮ้ย
ไม่กล้าวะ จนมองหน้ากัน แล้วเต๋าก็เปิดว่า ป๊ากับม้าครับ
ผมกับยุ้ยตัดสินใจแล้วว่าเราจะสร้างครอบครัว เราอยากอยู่ด้วยกันครับ แม่ก็อึ้ง
ช็อกสิ เขาคงทำใจแค่ว่า เราจะลองคบกันดู ไม่ได้คิดว่าจะถึงกับแต่งงาน
แม่เราน้ำตาร่วงออกมาเลย* เขาบอก ไม่คิดว่าเร็วเกินไปเหรอ เต๋าบอก
ผมว่าเรื่องเวลา เอ่อ....."
"เราก็เลยบอกว่า ม่าม้า ยุ้ยเคยคบคนมาตั้ง 9 ปีนะ
เวลามันไม่ได้เป็นเครื่องพิสูจน์อะไรเลย ซึ่งวันนี้เราสองคนมีความตั้งใจ
มันอาจจะถูกหรือผิดก็ได้ แต่มาวันนี้ไม่ได้มาขออนุญาตนะม้า แต่จะมาแจ้งให้ทราบ
คือ เราแค่อยากบอกพ่อแม่ว่าเรากำลังคิดอะไรและตัดสินใจอะไร
เพราะยังไงเราก็เป็นลูก เรา เราอยากให้พ่อแม่ดูในสิ่งที่เราตั้งใจทำ
แม้มันจะผิดหวังไม่ success เราก็จะกลับมาบ้าน มาเป็นลูกของม่าม้า
ป่าป้าได้อยู่" เราบอกเขาแบบนี้"
"เขาก็ถามว่า ทำไมจะต้องเร็วขนาดนั้น ไม่ต้องเร็วหรอก ต้องรอเวลา
เราบอกไม่ได้ เพราะเรารู้ว่าต้องปิดดีลทีเดียวเลย
ถ้ายอมปล่อยให้ยื้อจะยิ่งเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีนะ
เราถึงบอกว่าเราไม่ได้มาขออนุญาต แต่เรามาบอก
และก็อยากจะบอกก่อนทำไม่ใช่ทำแล้วถึงมาบอก
เราบอกแม่ว่ากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่ ส่วนป๊านั่งนิ่ง
พ่อเราเป็นผู้ชายด้วยกันล่ะมั้ง คงจะมั่นใจอะไรบางอย่างว่าถ้า
ผู้ชายหน้าแบบนี้เข้ามาในบ้านล่ะก็... พ่อคงรู้ว่าเราโตแล้วด้วย"