The Wrestler เพียงหนึ่งคนในโลกอันโหดร้าย
Sunday, 30. August 2009, 17:44:51
เคยตั้งคำถามกันไหมว่า หากเราต้องอยู่คนเดียวบนโลกนี้จะเป็นยังไง ? The Wrestler คือหนังที่พูดถึงชีวิตอันร่วงดิ่งของอดีตนักมวยปล้ำระดับแชมป์ ที่ชื่อ แรนดี้ เดอะ แรม จากทศวรรษที่ 80 เขาครองความเป็นตำนานอันยากลบเลือนในวงการมวยปล้ำ และแม้กว่ายี่สิบปีผ่านไป ผู้คนในสนาม ผู้คนที่รู้จักคุ้นเคยเขาในนามเดอะ แรม ไม่เคยมีใครรู้เลยว่า เขาอยู่เช่นไร ในโลกด้านนอกเวที โลกที่อยู่นอกเหนือการแสดงของเขาและผองเพื่อนนักมวยปล้ำ ซึ่งล้วนแล้วแต่แลกด้วยเลือด ความเจ็บปวดเพียงเพื่อสนองความต้องการของคนดู และเงินเพื่อเลี้ยงดูตัวเองต่อไป
จริงๆ แล้วมันเป็นเช่นนั้นหรือ ?
ก่อนดูเรื่องนี้ หรือเอาเข้าจริงๆ ย้อนเวลากลับไป ยี่สิบปีก่อน สมัยผมยังเป็นเด็ก ผมไม่เคยคิดว่ามวยปล้ำคือการแสดง ผมเชื่อในสิ่งที่เห็นภายในจอตู้ ผมชื่นชอบ ฮัค โฮแกน ผม เดอะ ร็อค และอีกหลายคนที่ถูกจัดว่าเป็นนักมวยปล้ำฝ่ายดี ผมรู้สึกว่าพวกเขาเหล่านี้ คือเพื่อนของผม เพื่อนของเหล่าเด็กผู้ชาย
มันแตกต่างกันนะ เมื่อเทียบกับความรู้สึกชื่นชอบนักมวย อย่างฮูริโอ้ ซีซาร์ ซาเวช ผู้มาก่อนเดอลาโฮญ่า หรือเขาทราย กาแล็คซี่ สำหรับผม และผองเพื่อนวัยเยาว์ นักมวยเหล่านั้นดูห่างไกลออกไป ด้วยเพราะการชกและออกหมัดของพวกเขา แม้จะสวย และตื่นเต้น แต่ไม่มีชื่อเรียก ไม่เหมือนนักมวยปล้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่แทบเรียกได้ แทนตัวมวยปล้ำแต่ละคนนั้นเทียว
ผมจดจำชื่อแต่ละท่าของมวยปล้ำเอามาเล่นกันในหมู่เด็กๆ ที่บ้านของผม อากู๋ ลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งเป็นพี่ชายที่ผมอยากให้มี และแน่นอน ท่าที่พวกเราจดจำ และชอบทำตามมากที่สุด นั่นคือท่า Figure four leg lock ซึ่งว่ากันว่านำมาจากท่าในยูโดของญี่ปุ่น
พูดก็พูดเถอะ ผมจำเสียงตัวเองตอนที่อากู๋เล่นงานด้วยท่านี้จนร้องลั่นบ้าน ตามด้วยการเอาคืนด้วยหมอนกระหน่ำฟาดไม่ยั้งได้ดีที่สุด
ผมยังจำได้อีกหลายเรื่องที่เกี่ยวกับวงการมวยปล้ำ ส่วนใหญ่เป็นภาพและเสียงมากกว่าชื่อ แต่สิ่งที่ผมไม่เคยจำ ไม่สิ คิดเลยก็คือ ในความสุขที่พวกเราได้มานั้น ‘พวกเขา’ ได้แสดงโดยแลกสิ่งใดมาบ้าง เพียงเพื่อให้เราสนุกกับปล้ำไม่กี่นาทีนั้น นักมวยปล้ำเหล่านั้นสูญเสียอะไรไปบ้าง ผมไม่เคยรู้ และสนใจ กระทั่งได้มาดู The Wrestler
เมื่อดูเรื่องนี้จบ ผมบอกตัวเองว่า นี่เป็นหนังที่โคตรเศร้าที่สุดในรอบปี เป็นหนังที่ทำให้ผมเสียน้ำตา แม้ขณะนั่งเขียนความเรียงนี้ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ก็แค่เรื่องราวของชีวิตตกอับของนักมวยปล้ำ ทำแม้กระทั่งแต่งตัวในชุดหมี ใส่หมวดคลุมผม ขายอาหารสดในซูเปอร์มาร์เกต เพียงเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอด
สิ่งที่เศร้าสำหรับผมในเรื่องนี้ คือ ชีวิต และเหล่านักมวยปล้ำ ที่ผมได้มองข้าม กระทั่งไม่เคยตั้งคำถามว่าทำไมพวกเขาต้องแสดงอะไรกันขนาดนั้น ต้องเจ็บปวดอะไรขนาดนั้น ก็รู้นะว่ามันถูกจัดฉากกันได้ เพราะแม้แต่ไอ้หนังที่เราดูเนี่ย มันก็เรื่องตอแหล แต่ใครจะปฏิเสธละว่าในชีวิตจริงๆ ไม่มีเรื่องเช่นนี้ ใครบ้างไม่เคยต้องทำบางอย่างที่ตัวเองจำใจ และยิ่งกว่าฝืนตัวเองเพื่อหาอาหารใส่ท้อง ใครบ้างที่ต้องชวนเด็กข้างบ้านมาเล่นเกมบอยยุคเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เพราะเหงาอย่างร้ายกาจ และใครบ้างที่เวียนไปหานักแสดงเปลื้องผ้า เพราะเชื่อว่า เธอคือคนเดียว ที่เขาอาจเรียกได้ว่า เพื่อน
กระทั่งใครบ้าง ที่ขอเพียงให้คนที่รักที่สุดไม่เกลียดเป็นพอ ในวันที่รู้ว่าไม่เหลืออะไรอีกแล้ว แม้แต่ชีวิต
ดังนั้นจึงไม่แปลก เมื่อในท้ายที่สุด เดอะแรมกลับหวนคืนสู่เวที ทั้งที่รู้ว่าการปล้ำครั้งนี้อาจทำเขาถึงตาย รู้ทั้งรู้ แต่ก็ยอมที่เสียง เพียงเพื่อขอแลกช่วงเวลาเดียว ช่วงเวลาที่ทำให้ตัวเองได้รับรู้ว่า ตัวฉันยังไม่ไร้ค่า โลกนี้ยังต้องการฉันอยู่ ขอเพียงช่วงเวลานั้น
เมื่อหนังแช่ภาพจากมุมต่ำขึ้นไปยังแสงไฟบนเพดานสเตดี้ยม หลังจากเดอะแรมปีนขึ้นเสาเชือก แล้วโดดลงมาด้วยท่าที่กลายเป็นชื่อของเขา เพลง The Wrestler ของ Bruce Springsteen ก็ดังขึ้น และนั่นคือบทสรุป และส่วนที่ดีที่สุดของหนัง
Then you've seen me, I come and stand at every door
Then you've seen me, I always leave with less than I had before
Then you've seen me, bet I can make you smile when the blood, it hits the floor
Tell me, friend, can you ask for anything more?
Tell me can you ask for anything more?














