life is a journey...

เรียนรู้ที่จะย่างก้าวไปบนเส้นทางของความผิดพลาด

ฝนทำไมจึงตก?

ตื่นขึ้นมากับเสียงฝนพรำใส่หลังคากันสาดจากอาคารข้างเคียง
ฟังไพเราะและเพลินราวฟังดนตรีชั้นดี



"...ฝนทำไมจึงตก จำเป็นต้องตก เพราะกบมันร้อง กบทำไมจึงร้อง
จำเป็นต้องร้อง เพราะท้องมันปวด ท้ออออง...ทำไมจึงปวด
จำเป็นต้องปวด เพราะข้าวมันบูด ข้าวทำไมจึงบูด จำเป็นจ้องบูด
เพราะพื้นมันเปียก พื้นทำไมจึงเปียก จำเป็นต้องเปียก
เพราะฝนมันตก..."

นั่นเป็นเพลงที่ภรรยาผมร้องให้ฟังเสมอ เวลาฝนตก
เพลงที่เธอจดจำเอาจากสมัยประถม ขณะที่ผมยังอดสงสัยถึงทุกวันนี้
ไม่้ได้ว่ามันคือเพลงอะไร ด้วยเพราะตัวเองไม่เคยได้ยิน นั่นประการหนึ่ง
อีกประการคือเพลงมันน่ารักดี กับชุดเหตุผลที่ถูกใส่เพื่อให้เด็กเข้าใจง่ายๆ

ว่าทำไมฝนจึงตก?

เรารับรู้กันว่าฝนตกเกิดจากกลั่นตัวของมวลอากาศเย็น
ในก้อนเมฆที่ควบแน่น เมื่ออากาศร้อนมากๆ
หรือไม่เมื่อลมหัดหอบ ยามพายุโหมเร่า

จิบกาแฟกรุ่นกลิ่นอุ่น
ผมนั่งคิดๆ ถึงเด็กๆ สมัยแปดถึงเก้าขวบ
ตอนนั้น ผมไม่มีเพื่อนเลย เหงา และจมอยู่แต่ความคิดที่ว่า
"ใครๆ ก็ไม่รักผม ขนาดพัดลมยังส่ายหน้าเลย..."

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ผมไม่เคยได้ยินเพลงที่ภรรยาร้องมาก่อน
ดังนั้น เด็กๆ ผมจึงคิดเอาจากบทเรียนครูสอน ว่าฝนตก
เกิดจากร้องไห้ของพระพิรุณ เทวดาผู้ควบคุมสายฝน

ผมคิดต่อไปว่า ทำไมเทวดาหนุ่มรูปงานเป็นถึงผู้ควบคุมสายฝน
ถึงต้องร้องไห้ด้วยนะ? ชะรอยเทวดาจะอกหัก

อ๊ะๆ ถึงจะวัยแค่นั้น แต่ผมก็รู้จักความหมายของคำว่า "แฟน"
ตั้งแต่อนุบาลแล้วนา

สิ่งหนึ่งที่ผมได้จากฝน และได้จากจินตนาการวัยเด็ก
ก็คือความบริสุทธิ์ของสายน้ำในธรรมชาติที่ไหลรดลงแผ่นดิน
ให้ชุ่มฉ่ำ โลกเราจะเป็นยังไง? ถ้าไร้สายฝน
ต้นไม้ ใบหญ้า และเด็กคนหนึ่งคงไม่ได้ออกไปเริงร่ากับสายฝน
ให้พอรู้สึกว่าอย่างน้อย ก็ยังมีความสนุกสนานจากการละเล่น
ระบำในสายฝนอยู่บ้าง

การประกอบขึ้นมาเป็นตัวตนของใครสักคน
สำหรับใครคนอื่น ผมไม่รู้ว่าอาศัยปัจจัยอะไรบ้าง
แต่สำหรับผม สายฝนวัยเด็ก จินตนาการเรื่องพระพิรุณ
เพลงของภรรยา และการได้นั่งมองหยาดหยดนับล้านๆ
พร่างพรมรดดิน เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนผม

ส่วนที่ทำให้ผมได้รู้จักที่จะอ่อนโยน เช่นฝนยามเช้า
และรู้จักที่จะกราดเกรี้ยวในบางเรื่องเช่นฝนยามพายุ

ไม่ว่าฝนจะเป็นการรวมตัวของหมู่เมฆ
อารมณ์โหยไห้ของพระพิรุณ
หรือกระทั่งเพราะกบมันร้อง

ผมชอบที่จะนั่งมองสายฝน มองและฟังเสียงของฝน
ที่ไหลกระทบหลังคา เพ่งลงไปยังสิ่งต่างๆ ยามที่ฝนกระทบ
เพื่อที่จะบอกตัวเองให้อย่างน้อย ก็อ่อนโยนขึ้นอีกนิด
ใจเย็นขึ้นอีกหน่อย

เพื่อความสุขในตัวเราเอง

และเมื่อเราสุข ใจเราดีแล้ว ผมเชื่อว่าความสุขนั้นก็จะแผ่เผื่อไปถึงสังคม
คนรอบข้าง และคงไม่เกินเลย หากจะบอกว่า ทั้งโลกใบนี้ในที่สุด

ห่างไกลเหลือเกินจันทร์ดวงนั้นยังทอแสง

Comments

tirannorthetirannor Tuesday, June 16, 2009 11:52:33 PM

อ่ะโห นักเขียนครุ่นคำนึง cheers

นิธิ นิธิวีรกุลnithi Tuesday, July 7, 2009 8:27:17 AM

ไม่ค่อยได้เข้ามาที่นี่ จนรากจะงอก

MeKONGmekong Tuesday, July 28, 2009 11:37:47 AM

คุณนิธิกำลังดื่มด่ำกับฤดูกาลอยู่แหงๆ
น่าอิจฉาจริงๆ

นิธิ นิธิวีรกุลnithi Saturday, August 1, 2009 3:28:46 PM

คิดถึงคุณก้องครับ วันนี้ไปเจอสาวๆ มา พี่ชนา พี่น้ำพี้ พี่สายน้ำฯ ต่างก็คิดถึงคุณก้องถ้วนทั่วหน้า

MeKONGmekong Tuesday, August 4, 2009 10:26:21 AM

ขอบหลายๆ ครับ ฝากความระลึกถึงทุกๆ คนด้วยครับ
ซึ้งใจจริงที่มีคนนึกถึง

Write a comment

You must be logged in to write a comment. If you're not a registered member, please sign up.

February 2012
M T W T F S S
January 2012March 2012
1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29