Skip navigation.

Log in | Sign up

ที่เห็นและเป็นอยู่

เส้นทางของชีวิต รอยเท้าแห่งความสุข ก้าวย่างสู่ความฝัน

ผลิตผลแห่งความภูมิใจ

สืบย้อนอดีต...ผลิตผลแห่งความภูมิใจ



คงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ที่จะบอกว่า ตื่นเต้น และมีทีท่าปลื้มใจจนออกนอกหน้า
ก็จะไม่ให้ภูมิใจได้ยังไงกัน คนข้างกายของเราได้ทำในสิ่งที่ฝัน และสำเร็จเป็นตัวเป็นตนมาออกจากแท่นพิมพ์จนได้
ในฐานะคนข้างกายที่คอยให้กำลังใจก็แล้ว บ่นก็แล้ว ก็ออกจะดีใจและภูมิใจไม่น้อย
กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ เราผ่านอะไรกันมาเยอะจริงๆ
ตลอด 5 ปีเศษ มีทั้งน้ำตา การทุ่มเถียง ความสิ้นหวัง และการท้อแท้ใจกันมาไม่รู้กี่ครั้งครา
จนวันนี้ เสียงหัวเราะ รอยยิ้มได้ผลิแย้มออกมาในรูปรอยของหนังสือเล่มนี้
หาใช่จะเป็นหนังสือที่ดีเลิศอะไรนัก ประเมินจากภาพหน้าปก ก็ยิ่งใจหาย
แต่มันคือความตั้งใจ ความทุ่มเท และความฝันของชายคนหนึ่ง

อยากจะบอกว่าภูมิใจ สุขใจ และอิ่มเอมใจเพียงใด ที่ได้เห็นความใฝ่ฝันของคนรัก
ได้ก่อรูปร่างขึ้นมาเป็นเล่มแล้ว

...คุณได้ทำในสิ่งที่คุณรู้ว่าคุณรัก และคุณใฝ่ฝันที่จะเป็น
ก็จงมุ่งมั่นทำต่อไป เพราะคุณรู้ว่าปลายทางแห่งความฝันของคุณคือที่ใด
ดีกว่าที่คุณไม่รู้เลยว่าสิ่งที่คุณรัก และคุณใฝ่ฝันคืออะไร
จนต้องเดินมุ่งหน้าไปแบบไม่รู้ปลายทาง...
ขอสัญญาว่า จะคอยอยู่เคียงข้างกัน จนไปถึงฝั่งฝันค่ะ

My Trip @ Vietnam 1-4 Dec 07

@ Halong Bay




@ นิงห์บิงห์ - Halong บก




@ Hanoi

คุณมองเห็นอะไร...ในแววตาเหล่านี้ไหม?





ช่วงชีวิตหนึ่งกับการค้นหาตัวตน และสิ่งที่อยู่เบื้องหลังการหล่อหลอมสายตาทางความคิดจนเป็นวันนี้
ภาพเหล่านี้เก็บไว้เป็นความทรงจำ
อีกช่วงขณะของชีวิตที่สะท้อนมุมมองที่มีต่อสังคมรอบตัว
คุณคงไม่อาจปฏิเสธความใสบริสุทธิ์ในแววตาเหล่านั้นได้ใช่ไหม
สิ่งที่พวกเค้าพูด สิ่งที่พวกเค้าทำ สะท้อนภาพถึงหยดน้ำใสสะอาดจากตาน้ำบนยอดดอยได้เป็นอย่างดี
เค้ายังไม่ได้ถูกแต่งเติม แตะต้องกับแฟชั่นเกินงาม การตกเป็นทาสทางวัตถุ รวมถึงเกมส์และของเล่นล้ำยุคทั้งหลาย
ทว่า ทีวี กำลังเป็นสื่อร้ายใกล้ตัว ที่จะนำพวกเค้าเข้าใกล้กับเปลือกจอมปลอมที่พยายามจะสวมคลุมพวกเค้า
แต่ไร้ซึ่งการปลูกฝังทางจริยธรรม และความงามในจิตใจของเด็กๆ เหล่านี้

ครั้งหนึ่งระหว่างกินข้าวเย็นกับครอบครัวชาวเขาเผ่าอาข่า ในจ.เชียงราย ที่ขออาศัยใช้ชีวิตอยู่ช่วงหนึ่ง
บ้านที่อยู่หลับนอนเป็นเพียงบ้านหลังเดียวที่พอจะมีทีวีไว้เป็นเสมือนหน้าต่างบานสวย
ที่จะนำคนกลุ่มหนึ่งในหมู่บ้านข้ามผ่านความต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และขนบวัฒนธรรมไปสู่ความศิวิไลย
ค่ำนั้น เด็กๆ จำนวนหนึ่งมานั่งเฝ้ารอเรากินข้าวจนเสร็จ
เพราะหลังจากนั้น กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ที่ใช้เปิดดวงไฟอยู่ จะถูกเปลี่ยนมาใช้เปิดทีวีขาวดำเครื่องเล็กๆ นี้แทน
มันเป็นช่วงเวลาของละครหลังข่าวพอดี ความบันเทิงที่ไม่ว่าที่ไหนก็รับรสมันได้ไม่ยากนัก
ทว่าจุดสะดุดทางความคิดของฉันกลับอยู่ที่โฆษณาอาหารยอดนิยมของคนเมืองชุดนั้นต่างหาก
จนทำให้ฉันกลับมาชอบกินน้ำพริกปลาทูบ้านเราจนถึงทุกวันนี้
อาหารสุดฮิตที่ว่ามีหน้าตาหลากหลายโปะวางบนแผ่นแป้งกลมๆ
ซ้ำหนักยังกระตุ้นต่อมหิวเพิ่มขึ้นด้วยการม้วนห่อชีส ไส้กรอก แฮม และอะไรอีกหลายอย่าง พาน้ำลายหกตั้งแต่แรกเห็น

แต่ใครจะรู้บ้างหรือไม่ โฆษณาอาหารจานด่วนพร้อมเสิร์ฟที่ไม่ไปส่งถึงบนยอดดอยแบบนี้
ซึ่งเราๆ คนเมืองเห็นซ้ำซากจนเจนตา กลับไม่ได้สื่ออะไรให้เด็กๆ เจ้าของแววตาเหล่านี้ได้รับรู้มากนัก
นอกเสียจากมันก็เหมือนกับอาหารของมนุษย์ต่างดาว ที่พวกเค้าเคยเห็นแต่ในทีวี ไม่มีกลิ่น ไม่รู้รส และไม่เคยลิ้มลอง
มันช่างห่างไกลตัวพวกเค้ามากนัก ทว่า การรับรู้กลับนำค่านิยมความอยากรู้อยากลอง
การอยากเป็น อยากได้ อยากมี ที่เกินความจำเป็นมาห่อหุ้มความคิด และชีวิตของพวกเค้า
จนต้องละทิ้งถิ่นที่อยู่สู่เมืองใหญ่ เพื่อไขว่คว้าหาสิ่งที่คนเมืองยัดเยียดชี้นำให้พวกเค้าเป็น

เวลาอาจจะผ่านไปเนิ่นนานนับปีๆ
แต่แววตาและสิ่งที่พวกหนูได้เป็นเหมือนกระจกเงาสะท้อนอีกมุมหนึ่งของสังคม
มันทำให้เห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ และการเป็นไปในเนื้อแท้ของตัวตน

คือความหมายในใจ...ตลอดกาล



ที่แห่งนี้...
นอกเหนือจากกาลเวลาและเรื่องราวที่เป็นไปของสิ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่
ยังมีความหมายมากมายกว่านั้นสำหรับชีวิตของฉัน
และจะยังคงอยู่ตลอดไป


December 2009
M T W T F S S
November 2009January 2010
1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31