Tuesday, 6. May 2008, 08:14:17

กลับไปบ้านที่ระยอง เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา
มีเวลาไปรื้อหนังสือเก่าเก็บในห้องมารื้อฟื้นความทรงจำเก่าๆ ที่มีกับนิตยสาร “เรา”
เป็นนิตยสารที่เคยได้รับความนิยมอย่างมากมาย ช่วงประมาณปี 2526-2530
ไม่แน่ใจว่ามีใครในนี้เคยได้อ่านกันบ้างในสมัยนั้น
(น้องชนา น้องตี๋ นี่คงไม่ทันแน่ๆ )
รู้แต่ว่าคุณภูนี่มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ด้วย
ในความเป็นนิตยสารที่อยู่ในใจของใครต่อใครมากมายสมัยนั้น
สมัยแรกๆที่อ่านยังเป็นเด็กบ้านนอกกะโปโล อยู่มัยมปลายปีแรก
ที่ชอบเอาหนังสือของพี่ชาย(พ่อน้องอิงค์)มาอ่าน
พอพี่ชายไปเรียนราม เลยได้ซื้อหามาอ่านเอง
และสมัยนั้น ร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดระยอง มีขายแค่ไม่กี่เล่ม
ต้องไปจองไว้ก่อน เพราะไม่ได้สมัครสมาชิก(เล่มละ 20 บาท เท่ากับเงินที่ได้ไปโรงเรียน)
แย่งกันซื้อกับพี่สาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้อง เรียนโรงเรียนเดียวกัน
และมารู้ทีหลังว่าพี่สาว(แท้ๆ)ที่ไปเรียนที่ชลบุรี ก็ซื้ออ่านประจำเหมือนกัน
สรุปว่าแค่ในวงศาคณาญาติก็ซื้ออ่านไปแล้ว 4 คน
ไม่ต้องสงสัยว่ายุคนั้น “เรา” จะเป็นหนังสือที่น่าสนใจขนาดไหน
น่าชื่นชมคนที่อยู่เบื้องหลัง เช่น
คุณสุรศักดิ์ ชัยอรรถ(พี่หนู ที่โฆษณาไก่ย่างห้าดาว ..คุณภูบอก) ที่เป็น บรรณาธิการบริหาร
คุณสรศักดิ์ จุลมณี (น้ำตาลปึก) /บรรณาธิการผู้ช่วย
คุณลดาวดี ใจชุนสกุล (อุ๋มอิ๋ม ) หัวหน้ากองบรรณาธิการ
และทีมงานทุกคน (ไม่รู้ว่า คุณภู คือใครในกองบ.ก.)
ที่ฝืนต้านอุปสรรคนานัปการ(รู้จากที่บ่น ให้คนอ่านฟัง)
เพื่อที่จะทำหนังสือดีๆให้ใครใครได้อ่าน

บ.ก.

คุณสรศักดิ์
ใครหลายคนในสมัยนั้นจึงมี “เรา” เป็นเหมือนเพื่อน เหมือนคนรัก
ที่เฝ้าติดตาม และให้กำลังใจต่อกัน ดูจากการตอบจดหมาย
ที่มีถึง บ.ก. และในคอลัมน์ จ้อกันจะๆ จ๊ะกันเจ๋งๆ (โดยปลายอ้อ)
ฉบับสุดท้ายที่ “เรา” หายไปจากแผงหนังสือ โดยไม่ได้ข่าวคราวมาก่อน
อารมณ์เลยเหมือนคนถูกแฟนทิ้ง แบบไม่บอกกล่าว .. หนีหาย
ตามไม่ได้ หาไม่พบ .. แต่ลบไปจากความทรงจำไม่ได้
จนวันนี้ที่กลับไปรื้อมาอ่านอีกครั้ง เลยมารำพึง ค่ะ
และด้านล่างคือบางคอลัมน์ ที่ชอบ
เรื่องสั้น โดยปรัศว์ภาค วิโลม ที่รู้ภายหลังว่าคือ คุณคิง สมจริง ศรีสุภาพ

อ่านที่ใครต่อใครเขียนส่งไป แล้วเลยอยากเขียนขึ้นมาบ้าง
"อาจวูบไหวไปบ้าง
แต่ความไกลห่าง
จะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น"
เป็นภาพในฉบับครบรอบ 1 ปี ของนิตยสาร "เรา"
และอีกหนึ่งคอลัมน์ ที่มีหลังจากครบรอบ 1ปี
“จึงรำพึงถึงเพื่อน โดย อุ๋มอิ๋ม”คอลัมน์ที่จุดประกายให้ เริ่มต้นเขียนจดหมาย อย่างเป็นจริงเป็นจัง
บางส่วนของเนื้อหาใน "เรา"
แต่ .. ผมจะทำทุกอย่าง .. เพื่อมัน /
ดานนท์ ย่านตาขาวที่โรงเลื่อย
ชายชราผอม หลังโกง งก เงิ่นๆ แบกไม้แปรรูป
วัยไม้ใกล้ฝั่งที่ควรจะได้พักผ่อน .. แต่
“ลูกผมเรียนราม”
เขาเคยบอกเจ้าของโรงเลื่อยด้วยความปลาบปลื้ม
“มันเรียนได้แค่ปีสอง
แต่ผมจะทำทุกอย่างเพื่อมันผมจะได้ฝากผีฝากไข้กับลูกคนนี้”
ที่ไปรษณีย์
ชายคนนี้ ยังคงงกๆ เงิ่นๆ
ถือปากกาเหมือนจับจอบ
“คุณ คุณช่วยเขียนใบธนาณัติให้ผมที
ผมเขียนไม่เป็น ผมไม่รู้หนังสือ”
ปลายทาง…
ลูกชายลิงโลดเริงร่า หัวเราะลั่นหอพัก
“มา มา พวกเรา
ธนาณัติกูมาแล้ว
ไปกินเหล้ากันเถอะ”//////////////////////////////////////////
คอลัมน์ หนึ่งหน้า ตัวกิ้งโค้ง“เมื่อนักเขียนปราบอธรรม”ฉบับนี้ขอเมาท์คนกันเองหน่อยเถอะ
ที่ไม่พ้นคนในกอง บ.ก. “เรา”
ใครจะมีเรื่องให้เมาท์กันมากกว่า .. อุ๋มอิ๋ม.. เป็นไม่มี
ปกติเธอเป็นคนอดทนไม่ได้อยู่แล้วเรื่องความไม่ยุติธรรม
แต่คราวนี้ความไม่ยุติธรรมนั้นมาจ่ออยู่ที่เพื่อนเธอคนหนึ่ง
ถึงเรื่อง ถึงราว ไปพบตำรวจโดยไม่คาดฝัน
และ อุ๋มอิ๋ม เธอก็รู้อยู่เต็มอกว่านี่คือการปรักปรำ
หลักถง หลักฐานก็ไม่มี
เธอเลยพูดเสียงแข็งๆ กับคุณตำรวจไปว่า ..
(ตั้งใจอ่านให้ดีนี่คือจุดไคลแม็ก)
“เนี่ย !!! มีคน 3 คน ยืนอยู่ในเมหหมอกที่เต็มไปหมด ..
พอเอาไฟฉายพบใครสักคน ก็คิดว่าคนนั้นเป็นคนผิดรึไง”
ตำรวจ งง ..ถามว่า ..ไฟฉายอะไร ...
คนที่อยู่ในเหตุการณ์ทุกคนฮาครืน ยกเว้นคุณตำรวจ
ก็โธ่ ..เอาภาษากวีไปพูดในเวลาหน้าสิ่ว หน้าขวาน
ใครเขาจะเข้าใจ .... (นี่ไม่ได้ว่าใครนะ)