Skip navigation.

SIMPLIFOLKS

drifting to destination..

ตัวตน / Self





Day after day
On unreal ground
Oneselves grow on limited room ...
Only little leak for light






ภาษาไทยเรียบเรียงยังไม่เสร็จ

๑๓/๘/๕๑ ไม่เรียบเรียงแล้วละ เอาของเดิมมาแปะเลย

Rough Sketch

Time is really timeless
Unless it is plotted and accumulated in mind
Vision is really invisible
However it is established and expanded in mind
As time accumulated and vision expanded
All massive chumps exaggerated until crowded
Such thing room assumption
On transparent and porous ground

And leave no space for real light


ชื่อเวลามีตัว,หัวที่ไหน
อยู่ในใจพอกพูนจำรูญมั่น
ชื่อความเห็นเห็นอะไรที่ไหนกัน
มีแต่ความถือมั่นอันโป่งพอง
ยิ่งนานวันยิ่งหนาหนั่นพูนพอกเพิ่ม
ที่ว่าเห็นนั้นยิ่งเหิมไม่เห็นช่อง
ที่ว่างเพียงกระผีกริ้นยังถูกจอง

ดังตาข่ายดักกรองละอองดิน

(คุณแหวนต่อให้)


น้ำพี้เขียน
ในเวลานั้นสิ้นไร้ซึ่งเวลา
แต่ทว่าเกิดสั่งสมในใจมั่น
ทัศนะไม่เห็นจริงสักสิ่งอัน
เพียงแต่มันแผ่ขยายภายในใจ

เวลาผ่านทัศนะย้ำยิ่งล้ำลึก
แน่นผนึกรวมมวลล้วนยิ่งใหญ่
ยึดมั่นติดครอบครองห้องภายใน
จึงแล้งไร้ที่ว่างเหลือเพื่อแสงจริง



นาม / Names



Names, like back packs
Collecting all things from both sideways
. . . contrary pairs
Along our life-spans
]

นาม เป็นเช่นเป้หลัง
เก็บรวมรวมสารพันสิ่งสองข้างทาง
ล้วนของคู่
จวบสิ้นอายุขัย
]


<<>>

จากต้นร่างเดิม ในบล๊อกโอเคเนชั่น...
ชื่อ หรือบัญญัติ
หากมิใช่โอ่งขังน้ำสะอาด
แต่คือย่ามประจำตัว
สั่งสมทั้งอาหารและขยะ
ตลอดทางที่ก้าวไป
ดี และ ชั่ว
ประณีต และ ทราม
ปภัสสร และ มลทิน
ใครบ้าง ก้าวไป
ไร้ย่าม ประจำตัว


ในป่าโบราณ / In An Ancient Forests

,



Moonlight carelessly broadcasted
Fireflies carefully gather up
And adequately emit characters

Old greyish river comfortably reclines
Immersed in reading alphabetic leaves
In ancient forests


พระจันทร์ทิ้งขว้าง
หิ่งห้อยกอบเก็บ
พอส่องอักษร

แม่น้ำสีดอกเลาเอกเขนก
ง่วนอ่านหนังสือใบไม้
ในป่าโบราณ



ในความเงียบและมืดมิด / Amidst Silence And Darkness




Beneath all fellow stars
Silently crouching in silhouette the giant tiger
Nearer in foreground
Restlessly crawling in shadow a naga
Stretching his body heading to river mouth
As my tail never can leave your home
One day I would only sunder myself in two


ภายใต้หมู่ดาวมิตรสหาย
หมอบราบเงียบงันในฉากทึบทึมคือพยัคฆ์มหึมา
ถัดมาเบื้องหน้า
คืบคลานไม่รู้สิ้นสุดในเงามืดคือพญานาคหนึ่ง
ยืดร่างออกไปยังปากแม่น้ำ..ยืดออกไป..ออกไป
หากหางฉันยังมิอาจตัดขาดจากบ้านเธอ
วันหนึ่ง ฉันก็มีแต่จะร่างขาดหมดลม




(crouching tiger & crawling naga)



มานะ Exertion



ที่มุ่งไป ใช่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

นี่อาจ ใช่การเดินครั้งสุดท้าย

ตราบที่ ชีวิตยังเต้นระริก

ยังคง ต้องก้าวเดินไป


Ahead.., might be not light at end of tunnel

This... might be not last travel

As long as.., life still beating

Still.., keep on stepping




Note: An old rural grandma carrying big stick posted around with grasshoppers made from betal leaf, old styled handicraft. A vender amidst modern gifts and souvenirs in a restored market in the province. The little nephew might never go to school, accompanying with plastic bags for their goods. June 29,2008.

WHATmatic

Starting today and the first of the world is the full automatic metro, in Nuhremberg, Germany.
Nevertheles, there's still men at control station.
In far future, how will our world be if every public facility is full automatic or robotic?

The word auto, I guess, means 'one self' or 'a man' or 'a being'.
In Thai, we derived this word 'atta' (=auto) from Pali term, its meaning is 'a being' that can be any creature (sattava), even ghost.
So, for the things that will be full automatic in far (or not far) future, I'd like to call them - WHOmatic. 55 55

Hard to imagine, one day, our next generations have to grant intellectual from robotic or WHOmatic teachers. And at last, they will suspect their own existence.


วันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มให้บริการของรถไฟฟ้าใต้ดินแบบไม่มีคนขับ
ในนูห์เร็มเบิร์ก เยอรมนี เป็นครั้งแรกในโลกเลย แต่กระนั้น ยังใช้คนดูแลระบบอยู่ที่สถานีควบคุมกลาง
ในอนาคตข้างหน้า โลกเราจะมีโฉมหน้าเช่นไรหนอเมื่อบริการสาธารณะทุกอย่างเป็นระบบอัตโนมัติหรือควบคุมด้วยหุ่นยนต์
ไปหมด (เอ้อ ภาษาไทยผมไม่ใช้ ปรัศนีย์ นะ)

คำว่า ออโต ผมเดาเอาว่าหมายถึง คนๆหนึ่ง ตนๆหนึ่ง ความมีอยู่ของสิ่งหนึ่ง
แต่คำว่า อัตตะ ในภาษาไทย ซึ่งเป็นคำที่รับมาจากบาลีนั้น แน่ๆเลยว่าคือความมีอยู่ของชีวิต (สัตว์) ซึ่งรวมไปถึงผีด้วย
ฉะนั้น กับสิ่งที่จะกลายเป็นอัตโนมัติอย่างสิ้นเชิงในอนาคตกาลข้างหน้า (หรือในอนาคตอันใกล้) ผมอยากเรียกมันว่า ปรัศนีโยมัติ ฮ่าฮ่าฮ่า

มันยากที่จะใช้จินตนาการไปถึงมันนะ ว่าวันหนึ่งคนรุ่นถัดๆจากเราจะต้องรับเอาปัญญาจากครูหุ่นยนต์หรือครูปรัศนีโยมัติ ซึ่งในท้ายที่สุดจะทำให้พวกเขาพากันสงสัยในความมีอยู่จริงของตัวพวกเขาเอง



Opera 9.5

The my.opera web has been always stuck or hung up for a period, formerly I thought it is because of the fast growing of members, either of speed of server in Thailand - I don't know.
So, when I saw on home-page the notice of new vers. release, ( or this is really why my.opera web has been clumsy or even hung up ? :lol: ) I didn't hesitate to click 'FREE DOWNLOAD'. 35 min. download and a wink to install then restart. A little quicker than former. However I have to test with my own blog and surfing the net for at least one week, I think.
:cheers: (Emoticons are added to blog post.)

เว็บมาย.โอเปร่าติดขัดและถึงกับแฮ้งก์มานานพอควรแล้วล่ะ ทีแรกก็คิดว่าเป็นเพราะจำนวนสมาชิกโตเร็วเกินไป หรือจะเป็นเพราะเซิร์ฟเว่อร์ในไทยมันช้าเอง - ก็ไม่รู้ได้
ดังนั้น พอผ่านไปทางหน้าบ้านเห็นแจ้งความเรื่องเบราเซ่อร์เวอร์ชั่นใหม่ของโอเปร่า (หรือนี่จะคือสาเหตุที่มาย.โอเปร่างุ่มง่ามและมักจะแฮ้งก์? :lol: ) ก็เลยไม่ลังเลที่จะคลิกปุ่ม 'ดาวน์โหลดฟรี' ใช้เวลาโหลด ๓๕ นาที และติดตั้งเปิดใช้อีกหนึ่งพริบตา ก็เร็วกว่าเวอร์ชั่นเดิมล่ะ อย่างไรก็ตาม เห็นจะต้องรอทดสอบกับบล๊อกตัวเอง และกับการท่องเน็ตสักอย่างน้อยสัปดาห์หนึ่งละนะ ผมว่า
:cheers: (คราวนี้เวลาป้อนเอ็นทรี่ มีอีโมติค่อนให้ใช้ด้วย)



้Stuck / ติด

,

Utilising my old motor driven motion
Pattern of to and fro
The destination from here is ten minutes
Ten minutes with strong sunshine on my head

Instead of utilising bike or motor bike
A mono circle moving, no drawback
The destination become only one minute
Cool down strong sunshine with wind

Pain within whole body, blurred thought
Made me stand on pavement, then roll down to lawn
That became cruel sea of which crazy waves
Turned to sticky paste but still rolled quickly



photo: m.hadding in flickr

It's a gigantic load against my struggle
To breathe and open my eyes, as long as timeless
On final attempt, I could open half my eye lids
Those massive sticky waves disappeared

Instead, I was drowned to sea of sweat
Fever was cooking me on mattress
After breathing for a while, my eye lids slowly closed down again
Forever drowned to sea of unknown dreams



ติด
กลับมาหาการเคลื่อนที่ด้วยข้อยนต์เก่าแก่
เหวี่ยงไปหน้ากลับมาหลัง
จุดหมายก็ห่างออกไปสิบนาที
สิบนาทีภายใต้แดดเปรี้ยงเผากบาล

แทนที่จะใช้จักรยานหรือจักรยนต์
หมุนต่อเนื่องไปทางเดียว ไม่มีจังหวะสูญเปล่า
ระยะทางก็เหลือแค่นาทีเดียว
ทั้งยังได้ลมลดร้อนจากแดด

ปวดข้างในไปทั้งตัว ทั้งความคิดก็เลอะเลือน
พาให้ฉันมายืนอยู่บนทางขอบ แล้วกลิ้งตกสนามหญ้า
ที่กลับกลายเป็นผืนทะเล คลื่นกำลังปั่นป่วน
นั้นกลับเป็นน้ำเหนียวหนืด ทว่ายังม้วนตัวอย่างรวดเร็ว



photo: sothE700k in flickr

นั่นคือน้ำหนักมหาศาลกดทับตัวฉัน
ไม่ให้หายใจ และเปิดเปลือกตา กดทับยาวนานไม่สิ้นสุด
ในความพยายามสุดท้าย เปิดตาได้ครึ่งหนึ่ง
ทำให้คลื่นมหึมาเหนียวหนืดทั้งนั้นหายไป

ฉันกลับจมอยู่ในธารเหงื่อ
ความป่วยไข้กำลังลวกต้มฉันบนที่นอน
หลังจากหายใจได้พักหนึ่ง เปลือกตาค่อยค่อยปิดลงอีกครั้ง
จมลงในห้วงฝันอันพิศวงชั่วกาลนาน

มันหวาน - ป ะ แ ล่ ม - ขมปร่า



มะม่วงดิบผลสวย
หวานมันที่หัวขั้ว ค่อนเปรี้ยวที่หาง
กลางผลเนื้อมากกว่าหัวหางมันหวานปะแล่ม

โลกเราหลากสีสันสวยงามน่าอภิรมย์
อบอุ่นเปี่ยมหวังยามอรุณ
อ้อยอิ่งหม่นเศร้าเมื่อยามพลบ
กลางวันอันยืดยาวอลวนพยศรั้น

ฉันลงมาสู่โลกนี้พรั่งพร้อมด้วยหวังดังอรุณ
มานะอุตสาหะให้ชีวิตเต็มคน
เพลานี้อ่อนล้าทว่ายังคงความหวัง
ที่สุดก็จักละจากไปปร่าขมและเศร้าสร้อย


จะหลีกพ้นความจริงแห่งชีวิตนี้ได้ฤๅ



แต่อย่างน้อยฉันยอมรับว่าในชั่วชีวิต
ได้ละลืมทุกช่วงค่ำคืนมืดมิด
เหมือนที่ไม่คิดลิ้มรสอีกครึ่งผลมะม่วง




มันมืดมิดจนมองไม่เห็น
และอาจขมเกินกว่าจะลิ้มรส




converse w' lizard คุยกับจิ้งจก



I spoke to a lizard on the wall. His newly sprout was short and tan.
“What a lucky creature you are! You get new tail after losing old one.”
Immediately he replied, and irritably ….
“You’ve talked only the initial and the result, but not what happens in the middle.
If you accept me to fill it with fact, I would say… Ya know? I live every second with damned pain!


ฉันพูดกับจิ้งจกบนผนัง หางที่เพิ่งงอกใหม่ของมันยังสั้นและดำคล้ำ
“สัตว์โลกอย่างแกมันโชคดี หางขาดแล้วก็งอกใหม่ได้”
มันสวนกลับมาอย่างอารมณ์เสียแทบจะทันควัน
“อะไรได้ ท่านก็พูดรวบหัวรวบหางเกินไป ถ้าจะให้ฉันพูดเนื้อหาตรงกลางลงไปนะ ฉันก็จะพูดว่า แล้วท่านรู้มั้ยล่ะว่าทุกวินาทีที่ฉันทนรอมันงอกเต็มเนี่ย มันปวดฉิบหายเลย”

ว่ากันว่าที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนจากจุดหนึ่งไปสู่จุดที่หวังผลนั้นคือหยาดเหงื่อ การหลั่งเลือด และน้ำตา ทุพภิกขภัย ความพลัดพราก การจากไป ความเจ็บปวดระทมทุกข์

ได้แต่สงสัยใจว่าความขัดแย้งอย่างนองเลือดที่พูดกันบ่อยนั้นจะนำไปสู่ผลเช่นใด
เมื่อกล่าวถึงวลีว่า "ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง" คงมีความหมายในระหว่างบรรทัดเช่นนี้ละหนอ



(ยังมีอีกคำหนึ่งในย่อหน้าที่สองที่ฉันไม่ได้ใส่ลงไป มันเป็นวาทกรรมผลิตสร้างที่ฉันยังไม่แน่ใจในความหมาย บทบาท และเจตนาแฝงฝังของมัน -คือคำ เสียสละ- แม้ว่าเพื่อนฉันจะได้จากไปเพื่อความหมายของคำนี้ในบริบทนี้มาแล้วก็ตาม
บางทีวลีต่อไปนี้จะมีความจริงมากกว่า จริงในระดับที่สูงกว่า .... ใบไม้ใบหนึ่งร่วงลงที่ราวป่า มีใครสังเกตเห็นก็หาไม่...... โลกก็เป็นมาอย่างนี้)


Download Opera, the fastest and most secure browser
January 2010
M T W T F S S
December 2009February 2010
1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31