หลักการทำโครงงานสังคมศึกษา ๒
Saturday, August 1, 2009 1:48:57 PM
่
โครงงาน คือ การจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าในประเด็นที่ตนสนใจ โดยใช้กระบวนการวิทยาศาสตร์เพื่อตอบประเด็น ด้วยการกำหนดเป้าหมาย ตั้งสมมุติฐาน กำหนดขอบเขต (วัตถุประสงค์) แหล่งความรู้ (ข้อมูล) การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล (ด้วยหลักเหตุผล) สรุปประเด็นที่ค้นพบ และนำเสนอ ในลักษณะที่เป็นชิ้นงาน
เมื่อนำมาใช้ในการสอน จำเป็นต้องทำความเข้าใจในองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้
ลักษณะสำคัญของกิจกรรมโครงงาน
๑. เป็นเรื่องที่ผู้เรียนสนใจ สงสัย และปรารถนาได้คำตอบ
๒. เป็นการเรียนรู้อย่างเป็นระบบตามลำดับขั้นตอน
๓. เป็นการบูรณาการการเรียนรทีู่้สอดคล้องกับชีวิตจริง
๔. เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนได้ใช้ความสามารถและทักษะหลายด้าน
๕. เป็นการศึกษาข้อมูลที่หลากหลายและลุ่มลึก
๖. เป็นการแสวงหาความรู้และสรุปสิ่งที่ค้นพบด้วยตนเอง
๗. เป็นกระบวนการที่ผู้เรียนพึ่งตนเอง ครเพียงูทำหน้าที่คอยกระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้
ขั้นตอนในการทำโครงงาน
๑. เลือกเนื้อหาที่จะนำมาทำโครงงาน
- วิเคราะห์เนื้อหาวิชาที่เรียน
๒. กำหนดประเด็นที่จะศึกษา
- จะศึกษาวิชาอะไรในแง่มุมใด
๓. จัดทำโครงงานและวางแผนการดำเนินงาน
- เขียนโครงงาน
- กำหนดกิจกรรมและขั้นตอนการดำเนินงาน
- เก็บรวบรวมข้อมูล
- เสนอโครงงาน
กระประเมินโครงงาน
๑.ประเมินอะไร
• การแสดงออกถึงผลของความรู้ ความคิด ความสามารถ ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม
• กระบวนการเรียนรู้
• กระบวนการทำงาน
• ผลผลิต/ผลงาน/ชิ้นงาน
๒.ประเมินเมื่อใด
• อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสิ้นโครงงาน
• ตามสภาพจริง
• เป็นธรรมชาติ
๓.ประเมินจากอะไร
• ผลงาน (เอกสาร ชิ้นงาน ฯลฯ)
• การทดสอบ
• แบบบันทึกต่าง ๆ (การสังเกต ความรู้สึก สัมภาษณ์ ฯลฯ)
• แฟ้มสะสมผลงาน
• หลักฐานหรือร่องรอย
๔. ประเมินโดยใคร
• ตัวผู้เรียน
• เพื่อน
• ครู
• ผู้ปกครอง
• ผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
๕. ประเมินโดยวิธีใด
• สังเกต
• สัมภาษณ์
• ตรวจรายงาน
• ตรวจผลงาน
• ทดสอบ
• รายงาน
• นิทรรศการ
กิจกรรมในขั้นตอนต่างๆ
๑.การคิดและกำหนดหัวข้อเรื่องหรือปัญหา
บทบาทของนักเรียน
๑.สัมผัสกับสถานการณ์ที่เป็นปัญหา
๑.๑ ตระหนักถึงปัญหา
๑.๒ สนใจที่จะค้นคว้าหาคำตอบ
๑.๓ อภิปรายและสนทนากับอาจารย์/เพื่อนๆ
บทบาทของครู
๑.กระตุ้นให้นักเรียนสนใจที่จะทำโครงงาน โดย
๑.๑ จัดกิจกรรมต่างๆ ที่จะช่วยให้นักเรียนสัมผัสกับ ปัญหาเพื่อที่นักเรียนจะได้มองปัญหา
๑.๒ แนะแนวทางให้นักเรียนรู้วิธีทำโครงงาน
๑.๓ แนะแนวทางนักเรียนในการเลือกหัวข้อ
๒. การวางแผนการทำโครงงาน
บทบาทนักเรียน
๑. กำหนดปัญหา
๒. ตั้งวัตถุประสงค์
๓. ศึกษาเอกสาร
๔.ตั้งสมมติฐาน
๕. ออกแบบการทดลองและกำหนดตัวแปร
๖. วางแผนการทำโครงการ
บทบาทครู
๑. ให้คำปรึกษาแก่นักเรียนในการวางแผนทำโครงงาน เช่น
๑.๑ ให้ความคิดเห็นในเรื่องความเป็นไปได้ของโครงงาน
๑.๒ ชี้แนะแหล่งความรู้ต่างๆ
๑.๓ ติชมแผนงานในการทำโครงงานทั้งหมดของนักเรียน
๓. การลงมือทำโครงงาน
บทบาทนักเรียน
๑. สร้าง/จัดหาเครื่องมือ
๒. ทดลอง/รวบรวมข้อมูล
๓. วิเคราะห์ข้อมูลและตัวแปรความหมายข้อมูล
บทบาทของครู
๑. อำนวยความสะดวกให้แก่นักเรียน
๒. ติดตามการทำงานของนักเรียนทุกระยะ
๓.ให้กำลังใจ
๔. ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ เมื่อจำเป็น
๕. ให้ข้อคิดติชม วิธีเคราะห์ และแปลผลของการวิเคราะห์
๔. การสรุปผลของการศึกษาและเขียนรายงาน
บทบาทนักเรียน
๑. สรุปข้อค้นพบ
๒. เขียนรายงานโครงงาน
บทบาทครู
แนะนำและให้ข้อติชมการเขียนรายงานโครงงานของนักเรียน
๕. การแสดงผลงาน
บทบาทนักเรียน
๑. เสนอผลของการศึกษาในรูปแบบต่างๆ ในการแก้ปัญหา
บทบาทครู
๑. จัดกิจกรรมเพื่อให้โอกาสนักเรียนได้แสดงผลงาน
๒. ส่งผลงานของนักเรียนเข้าร่วมแสดงหรือประกวด
๓. ประเมินผลการทำโครงงานของนักเรียน
ประเภทโครงงานตามระดับการใช้ความคิดของนักเรียนหรือระดับการให้คำปรึกษาของครูเป็นเกณฑ์ จำแนกได้เป็น ๓ ประเภท คือ
๑. โครงงานชี้แนวทาง (Guided project)
๒. โครงงานขี้แนวทางบางส่วน (Less-guided project)
๓. โครงงานคิดเองทำเอง (Unguided project)
โครงงานชี้แนวทาง (Guided project) เป็นโครงงานประเภทนักเรียนใช้ความคิดในระดับน้อย ๆ หรือครูให้คำปรึกษามาก โดยครูเป็นผู้ รวบรวมข้อมูลเพื่อตอบปัญหา
โครงงานขี้แนวทางบางส่วน (Less-guided project) เป็นโครงงานประเภทที่นักเรียนใช้ความคิดในระดับสูงกว่าประเภท Guided project หรือครูให้คำปรึกษาระดับมากกว่าประเภท Unguided project ครูและนักเรียน
โครงงานคิดเองทำเอง (Unguided project ) เป็นโครงงานที่นักเรียนในระดับความคิดสูงกว่าทั้ง ๒ ประเภทข้างต้น และครูให้คำปรึกษาน้อยที่สุด
ที่มาของโครงงาน
ปัญหาใกล้ตัว
ปัญหาท้องถิ่น
ความสนใจส่วนตัว
คำบอกเล่า
การสังเกต
ลักษณะที่ไม่ควรนำมาทำโครงงาน
• มีคำตอบสำเร็จรูปอยู่แล้ว
• สืบค้น/แสวงหาคำตอบได้ง่าย
• เป็นอันตรายหรือไม่เหมาะสมกับวัย
กระบวนการโครงงาน
(ดูใน Photo กระบวนการโครง)
กำหนดสิ่งที่อยากรู้โดยใช้แผนผังความคิด (Mind Map)
(ดูใน Photo กระบวนการโครงการ)
ทักษะการคิดตามแนวคิดของ Banjamin Bloom
ระดับขั้นของการใช้ความคิดในพุทธิพิสัย (cognitive domain) ตามความคิดของ Benjamin Bloom ซึ่งเริ่มจากการคิดต่ำสุดเรียงลำดับ คือ
๑. ความจำ
๒. ความเข้าใจ
๓. การนำไปใช้
๔. การวิเคราะห์
๕. การสังเคราะห์
๖. การประเมินค่า
ระดับขั้นของความคิด.......ประเภทของคำถาม
ความจำ..............................ถามความเข้าใจ
ความเข้าใจ........................ถามความเข้าใจ
การนำไปใช้........................ถามการนำไปใช้
การวิเคราะห์.......................ถามการวิเคราะห์
การสังเคราะห์.....................ถามการสังเคราะห์
การประเมินค่า.....................ถามการประเมินค่า
วิธีการสืบค้นและรวบรวมข้อมูลการทำโครงงาน
วางแผนสืบค้น/รวบรวมข้อมูล เครื่องมือสืบค้น/รวบรวมข้อมูล แหล่งข้อมูล
สัมภาษณ์ แบบสัมภาษณ์ บุคคล ผู้รู้ ปราชญ์ ผู้เชี่ยวชาญ
สอบถาม แบบสอบถาม บุคคล
สำรวจ แบบสำรวจ แบบสังเกต บุคคล สิ่งมีชีวิต/ไม่มีชีวิต สถานที่
ค้นคว้า การสังเกต ทดลอง การบันทึก แหล่งข้อมูล/สารสนเทศ/สื่อ เอกสาร ตำรา ภาพ เสียง วีดิทัศน์
ปฏิบัติ แบบบันทึกการปฏิบัติงาน
แบบประเมินการปฏิบัติงาน พื้นที่ปฏิบัติการ ห้องปฏิบัติการ
แหล่งความรู้ทางประวัติศาสตร์
• ภูมิปัญญาและกิจกรรมในอดีตของชุมชน อำเภอ จังหวัด ประเทศ
• บันทึกกิจกรรมเหตุการณ์ปัจจุบันที่เกี่ยวโยงกับอดีต
• หลักฐานเอกสารเรื่องราวในอดีตของบุคคล สถานที่ เหตุการณ์ สถานที่ วัตถุ ภูมินาม ฯลฯ
• ประวัติบุคคล สถานที่ วัตถุ งานศิลปะ วัฒนธรรม ฯลฯ
• งานบันทึกภาพถ่าย แถบเสียง ภาพยนตร์ วีดิทัศน์
• ฯลฯ
นำวัตถุประสงค์ของโครงงานมากำหนดประเด็นต่อไปนี้
• วิธีการสืบค้น / รวบรวมข้อมูล
• เครื่องมือสืบค้น / รวบรวมข้อมูล
• แหล่งเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงงาน
•
การวิเคราะห์ข้อมูลและวิธีการนำเสนอผลการวิเคราะห์ด้วยตาราง
วัตถุประสงค์ วิธีการสืบค้น/รวบรวมข้อมูล เครื่องมือสืบค้น/รวบรวมข้อมูล แหล่งข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล นำเสนอผลการวิเคราะห์ หมายเหตุ
• นำเสนอผลการศึกษาค้นคว้า การทำโครงงาน และชิ้นงาน
• นำเสนอผลการศึกษาค้นคว้า การทำโครงงาน เป็นรูปเล่มรายงาน และรูปภาพ/หลักฐานประจักษ์
หมายเหตุ สำหรับ หลักการทำโครงงานสังคมศึกษา ๒ นี้ ผู้เบียนได้รับการอนุเคราะห์ จาก ผู้ช่วยศาสตราขารย์ ดร. อรพิณ ศิริสัมพันธ์ อาจารย์ประจำสาขาสังคมศึกษา ภาควิชาหลักสูตรและวิธีสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ให้นำผลงานที่ท่านทำไว้มาปรับใช้ได้ ผู้เขียนขอขอบคุณในความกรุณาของท่าน ณ ที่นี้ด้วย
[/COLOR]













