TIP Start Order Affiliate Amazon and aStore
Tuesday, February 5, 2008 1:53:50 PM
ซึ่งปัจจุบันก็ถือว่ามีความพึงพอใจระดับหนึ่งกับการทำ amazon
นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นออร์เดอร์ที่เข้ามา ซึ่งถือว่าเ้ป็นกำลังใจได้เป็นอย่างดี และช่วยให้เรามีแรงฮึดมากขึ้น
(แม้ว่าจะเป็นออร์เดอร์แรกสุดแต่บัดนี้ยังไม่ Ship เลย)
ส่วนวิธีการทีี่่ว่า ทำยังไงให้ขายของได้ หรือขายสินค้าจาก Amazon หรือ aStore ได้ ประการแรกก็ต้องใช้เวลาก่อนหน้าที่จะมีออร์เดอร์แรกนั้นผมต้องใช้เวลาในการโปรโมทมากกว่า 3 เดือน
เมื่อมีออร์เดอร์แรกเข้ามา มันก็ย่อมมีต่อ ๆ มา ประการสำคัญของผมคือต้องใช้วิธีการที่ไม่ต้องลงเงินอย่างกรณีที่เอาสินค้ามาโปรโมทนั้นก็ต้องอาศัยระยะเวลาเป็นส่วนสำคัญ เพราะไม่ได้ทำกาณโปรโมท หรือโฆษณาแบบ PPC หรือการนำสินค้านั้น ๆ ไปทำการโฆษณากับผู้รับโฆษณาอย่าง Google หรือ Yahoo!
การโฆษณาเพื่อให้ขายได้นั้นต้องอาศัยสถิติ การวิเคราะห์เป็นสำคัญ การเลือกสินค้ามาโปรโมทนั้นก็เป็นปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งของการที่จะสามารถขายสินค้าได้ง่าย
รูปแบบการโปรโมทของผมที่สำคัญคือการใช้ Blog เป็นตัวนำเสนอ ซึ่งเราต้องเลือกสินค้าสุ่ม ๆ มาก่อนโดยเฉพาะในช่วงแรก ๆ นั้นเป็นการยากว่าเราจะทำยอดได้ดีในสินค้ากลุ่มใด
แต่สิ่งที่เรียกออร์เดอร์ได้ดีคือสินค้าที่เป็น หนังสือ
หนังสือ หรือหมวด Books นั้นเป็นสินค้าตัวหนึ่งที่ช่วยให้เรามียอดได้ไม่ยากนัก หลังจากที่เราสามารถทำให้ Blog ของเรานั้นสามารถติด Index ได้ และมีคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวกับหนังสือที่น่าสนใจ
โอกาสที่จะมีออร์เดอร์แรก ๆ สำหรับมือใหม่ก็เป็นไปได้มากยิ่งขึ้น
ช่วงแรก ๆ นั้นอาจจำเป็นต้องทำสินค้ากว้าง ๆ เพื่อดูว่าตัวไหนที่ขายได้ง่าย และเร็วกว่ากัน ซึ่งการจัดเก็บสถิติต่าง ๆ นั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องเอาใจใส่ หากมีเวลา
นอกจากนั้นสถิติด้านอื่น ๆ นอกจากที่ได้จากรายงานของ amazon แล้่ว สถิติทางด้านผู้เข้าชม และที่มานั้นก็ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้เราขายของได้
ซึ่งผมมักจะใช้งานส่วนนี้ในการเลือกสินค้าได้ถูกกลุ่ม และความต้องการมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าสินค้าเหล่านั้นจะมีค่าคอมมิสชันที่น้อย หรือสินค้าราคาไม่แพง แต่อาศัยสะสมหลาย ๆ ชิ้น หรือหลายออร์เดอร์ก็ทำให้เรามียอดในแต่ละเดือนเป็นที่น่าพอใจเรื่อยๆ
การเลือกสินค้าในตอนเริ่มต้นใหม่ อาจนำสินค้าที่เป็น Bestsellers อยู่ในขณะนั้นมาทำการโปรโมทครับ เพราะมันช่วยให้คนติดตามลิงก์ของเราได้ง่าย ไม่ว่าเราจะโยงลิงก์ไปยัง aStore ของเรา เองหรือเราจะ Build link ไปยังหน้าสินค้าต่าง ๆ ของ amazon
สำหรับการนำสินค้ามาโปรโมทลงใน Blog ของเราแล้วนั้น อาจต้องนำเสนอในสิ่งที่แตกต่าง เพราะหลายคนก็ทำแบบเรามากมาย การทำให้แตกต่างในรูปแบบการนำเสนอนั้นก็เพิ่มโอกาสในการขายได้มากด้วยเช่นกัน
หลังจากที่เราได้นำรายการสินค้าที่คัดเลือกมาแสดงบน Blog ของเราแล้วนั้นก็ยังจำเป็นที่จะต้องทำการโปรโมท Blog ของเราอีกทอดหนึ่ง แต่เมื่อบล๊อกของเรามี Index ที่ดี และมีความน่าเชื่อถือระดับหนึ่งก็ไม่เป็นการยากแล้วละครับ ปกติหลังจากผมโพสบทความเสร็จนี่หากอันไหนที่ผมต้องการเน้นพิเศษก็ต้องทำการ Ping ไปยัง Server Ping ต่าง ๆ ด้วยครับเพื่อช่วยให้ โพสของเรานั้นสามารถติด Index ได้ดีขึ้น และทำการ Bookmark ไปยัง Sosial Bookmark ต่าง ๆ เพื่อเป็นการนำเสนอถึงโพสนั้น ๆ ครับ แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับแหล่งที่เราจะนำไป Bookmark ด้วยนะครับ
ในช่วงแรกของผมนั้นผมเน้นการโปรโมทสินค้าจากบล๊อก โดยใช้ Blogslum.com เป็นบล๊อกเก็บสถิติ โดยการนำสินค้าที่หลากหลายหมวดหมู่ จากนั้นก็ค่อยคัดเฉพาะสินค้าที่ทำยอดรายได้ให้เราจริง ๆ ซึ่งก็ต้องอาศัยสถิติอย่างที่กล่าวไปแล้วมาเป็นตัวตัดสินใจภายหลัง จากนั้นเมื่อเราสังเกตเห็นความเปลี่ยนและยอดออรเดอร์ต่าง ๆ ที่เข้ามาเราก็สามารถรู้อัตโนมัติแล้วครับว่าเราจะทำสินค้าอะไรเป็นชิ้นต่อไป
ประการหนึ่งการของการดูสถิติของผู้เยี่ยมชมบล๊อกของเรา ซึ่งเราอาจใช้บริการตัวเก็บสถิติอย่าง Extremetracking.com เป็นต้น
ซึ่งเราสามารถใช้สถิติเหล่่านี้ให้เกิดประโยชน์ได้ดังนี้ครับ
Unique Visitors : Days of the Week และ Hours of the Day
Geo Tracking : Country | Continent
Days of the Week ช่วยทำให้เราสามารถรู้ได้ว่า วันใดของใน 7 วันที่มียอดคนเข้าชมสูงสุด เมื่อเราทำบล๊อกโปรโมทสินค้ามาระยะหนึ่งสถิติตัวนี้ก็มีส่วนสำคัญมาก เพราะเมื่อเรารู้ว่าวันไหนของในสัปดาห์ที่มีคนเข้าชมมาก
Hours of the Day อันนี้เป็นสิ่งสำคัญในระดับรายละเอียดขึ้นมาของการนำมาใช้ประโยชน์ที่จะช่วยให้เราขายของได้ ยิ่งกรณีที่บล๊อกเรานั้นมีทราฟฟิกจำนวนหนึ่งอยู่แล้วการอาศัย Hours of the Day นี้ก็จะมีประโยชน์มากขึ้น เพราะเมื่อเรารู้แล้วว่าในวันหนึ่งของ สัปดาห์ที่มีคนเข้าชมมากนั้นเป็นวันอะไร การที่เราสามารถรู้ระยะเวลาได้ก็ช่วยให้เราสามารถทำการโปรโมทสินค้าชิ้นใหม่ ๆ ของเราได้นั่นเอง และแน่นอนว่าจะมีส่วนช่วยให้เราสามารถมีออร์เดอร์เพิ่มขึ้นได้ด้วยครับ
เช่น กรณีของ Blogslum.com
ทราฟฟิกที่เข้ามากสุดของสัปดาห์ก็จะเป็นวันอาทิตย์และวันจันทร์ ซึ่งเมื่ออาศัยสถติของช่วงระยะเวลาใน 24 ชั่วโมงของวัน จะเห็นว่าสถิติของ Blogslum.com นั้นสถิติ Hours of the Day ที่ดีที่สุดเริ่มจากเวลา 18:00 เป็นต้นไป และจะลดลงอีกเมื่อเวลา 09:00 - 17:59
เมื่อเราทราบสถติเหล่านี้โอกาสที่เราจะสามารถทำการโปรโมทสินค้าของเราให้ได้ผลมากยิ่งขึ้นก็มีส่วนในการเพิ่มยอดขายของเราได้เลยครับ
ซึ่งหากมีเวลาว่างในช่วงที่ทราฟฟิกน้อยสุดของวัน คือระหว่าง 09:00 - 17:59 นี่ เราต้องทำการเสาะหาสินค้าและเตรียมที่จะนำขึ้นโปรโมทไปยัง Blog ของเราได้แล้วครับ
ยิ่งเป็นวันในรอบสัปดาห์ของเราด้วยแล้วการเลือกเน้นสินค้าช่วงนี้ก็เป็นโอกาสหนึ่งที่เราสามารถทำยอดขายได้โดยไม่ต้องอาศัย Index จาก Search ครับ
ส่วน Geo Tracking : Country | Continent นั้นสำคัญอย่างไร นอกจากที่ผมพูดถึงไปแล้ว เพราะส่วนนี้เป็นส่วนของการเลือกสินค้าให้ถูกกลุ่มมากขึ้นครับโดยใช้วิธีการประยุกต์ทรัพยากรบนเว็บที่มีอยู่ในระบบแล้วนั่นเองครับ ซึ่งหากเราสามารถใช้เวลาในช่วงของ 09:00 - 17:59 ของวันที่ถือว่าเป็นช่วงทราฟฟิกลดมากที่สุดของ Blog ที่เราทำการโปรโมทสินค้าจาก Amazon / aStore อยู่แล้ว เราสามารถเข้าไปดูและเลือกกลุ่มสินค้าที่แตกต่างได้ในเวลานี้ครับ
โดยอาจจะเน้นไปที่กลุ่มสินค้าที่มีการแข่งขันการขายที่สูง และหรือสินค้าที่กำลังได้รับความนิยม และอาจมีราคาแพงด้วย
เมื่อเราสามารถทราบได้ว่าทราฟฟิก หรือจำนวนผู้เยี่ยมชมส่วนมากของเรานั้นอยู่ในโซนใด หรือประเทศใด ๆ นั้นเราก็ทำการคัดเลือกสินค้าจาก amazon มาสุ่มดูครับ
ปกติผมจะใช้งาน Google Trends
ในที่นี้ผมจะยกตัวอย่างมาดังนี้นะครับเพื่อให้เห็นภาพ โดยเลือกสินค้ามาสุ่มดูครับว่าสินค้าเหล่านี้ได้รับความนิยมในประเทศใด ซึ่งการใช้งาน Google Trends นั้นก็สามารถบ่งบอกได้ถึงสถิติของความนิยมนั้นด้วยเพราะเมื่อมีคนค้นหามากก็เป็นสิ่งที่คนต้องการมากอีกด้วย
สมมุติว่าผมมีทราฟฟิกหลักมาจาก US หรือสหรัฐอเมริกาเป็นหลักนะครับผมจะหาสินค้าที่เป็นที่นิยมที่มีใน Amazon ณ ปัจจุบันอาจเป็นสินค้าที่กำลังขายดีอยู่แล้วใน Bestsellers ครับ
เช่นสินค้าหมวด Bestsellers in Video Games (Tuesday, February 05, 2008 18.43)
ซึ่งผมลองเลือกมา 3 ตัวละครับ Super Smash Bros,WarHawk และ Wii Remote Controller
จากนั้นก็ใช้ Google Trends เพื่อวิเคราะห์ดูครับว่าตัวไหนจะเป็นที่นิยมของคนที่อยู่ใน US (United States) ครับ
จากการดูผ่าน Google Trends เราก็พอทราบแล้วครับว่า Super Smash Bros กำลังมาแรงละครับถึงจะมีสถิติดีไม่เท่า Mexico หรือ Canada
การใช้วิธีการนี้ทำให้เราสามารถทำรายได้โดยการเอาสินค้าร้อน หรือ HOT ในช่วงนั้นมาโปรโมทก่อนที่จะหวังผลด้าน SEO ตามเวลาต่อไปครับ เพราะการจับเอาช่วงเวลาสูงสุดของทราฟฟิกมาใช้ประโยชน์ และยังถือเป็นการอัพเดทบล๊อกของเราด้วย ทำให้เวลาคนเข้าเยี่ยมชมขณะเวลานั้นรู้ได้ว่า มาตอนนี้มีของใหม่ให้ดูตลอด ครับ ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ผู้เยี่ยมชมบล๊อกของเราติดใจในการอัพเดทข้อมูลที่เรานำเสนอยิ่งขึ้น และหากมีความรู้ความเข้าใจด้านการใช้ภาษาก็จะมีส่วนช่วยในการเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี
จะลองตัวอย่างสินค้าอีกกลุ่มเป็น Digital SLR
เมื่อเราดูผลลัพธ์จาก Google Trends นี่เห็นได้เลยครับว่า Canon Digital Rebel XTi กับ Nikon D40x นี่ความนิยมจะเป็นยังไงครับ
United States นี่ระดับพอ ๆ กันครับ
ส่วน United Kingdom นี่ Nikon D40x กลับได้ความนิยมมากกว่า Canon Digital Rebel XTi หลายเท่าเลยเพราะฉะนั้นการประยุกต์สิ่งรอบตัวเหล่านี้ก็มีส่วนช่วยให้เรามีความสำเร็จมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอาศัยระยะเวลาเป็นตัวสำคัญครับ
นอกจากนั้นการหาความรู้จากแหล่งต่างก็ยังช่วยเพิ่มพูรประสบการณ์และกำลังใจได้ดีครับ เช่นจากโพสของ สร้างเงิน $100 ใน 10 วันกับ Amazon.com ซึ่งอันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำยอดของผมอีกด้วยครับ แต่ก็อาจมีขาดมีเหลือบ้างในบางเดือนนะครับ อาจขึ้นกับความขยัน และการหาเทคนิค และการจับสินค้าต่าง ๆ ด้วย
กระตุ้นต่อมด้วยยอด Earnings Report ของ February 4, 2008 ครับ ซึ่งขณะกำลังโพสอยู่นี้ก็ได้ตามที่เห็นละครับ
หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นแนวทางหนึ่งจากประสบการณ์ของผม และหลายท่านที่กำลังติดอาจจะติดด้วยข้อที่ว่าเวลาน้อย หรือไม่เก่งด้านภาษา ความรู้น้อย จริง ๆ แล้วสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการทำ Affiliate Amazon หรือ aStore เลย เพราะเราสามารถเริ่มต้นเรียนรู้ไปได้พร้อม ๆ กันเสมอ
ก่อนหน้านั้นผมเองก็กลัวมากกับการทำเว็บภาษาอังกฤษ ด้วยการศึกษาต่ำ่แค่ประถม 6 แต่ผมเชื่อว่าหากมีความตั้งใจและความไม่ย่อท้อ มีความฝันทุกสิ่งก็ผ่านไปได้ด้วยดีครับ หากเมื่อใดที่เรายังสู้ต่อไป...
สุดท้ายนี้ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้หลายท่านได้รับประโยชน์ และนำไปประยุกต์ใช้งานกันได้ต่อไปครับ
เราจะเติบโตไปพร้อมกับ AMAZON















Anonymous # Wednesday, February 6, 2008 4:54:13 AM
YOKEYyokey # Wednesday, February 6, 2008 5:24:57 AM
แต่หากมีเวลาก็จะใช้ไปกับการหาสินค้าและคิดรูปแบบและวิธีการนำเสนอครับ เพราะเรายังมีข้อด้อยในเรื่องภาษาจึงอาจต้องมีเทคนิคในการนำเสนอที่แตกต่างให้มากที่สุด
Anonymous # Friday, February 8, 2008 1:54:14 AM
YOKEYyokey # Friday, February 8, 2008 6:47:48 AM
Anonymous # Sunday, March 30, 2008 2:33:17 PM
YOKEYyokey # Monday, March 31, 2008 12:12:07 PM
ขอให้กำลังใจซึ่งกันและกันครับ หากสู้ไม่ถอย แต่ตั้งหลักพักบ้างเป็นธรรมดา ไม่นานเราก็ประสบความสำเร็จครับอาจไม่ต้องใช้เวลา 6 เดือนอย่างผมก็เป็นได้ครับ
Anonymous # Wednesday, April 2, 2008 12:09:29 PM
YOKEYyokey # Wednesday, April 2, 2008 12:32:49 PM
ซึ่งปัจจัยแรกต้องคิดก่อนครับว่า Blog ที่เราทำนั้นเป็นอย่างไรแน้นรูปแบบไหนนะครับโดยปกติผมจะวางแผนที่ aStore ก่อน ซึ่งหมายถึงคิดก่อนว่าจะเอาอะไรมาขายใน astore นะครับ จากนั้นก็ทำ Blog ซึ่ง Blog ก็ต้องคิดย้อนกลับไปครับว่าเราทำแล้วจะเอาสินค้าจากส่วนไหนมาทำ ก็จะขึ้นกับปัจจัยต่อไปนี้ครับ
ทำบล๊อกแน้นสินค้าเป็นหมวด ๆ อันนี้ก็มักทำเพื่อโปรโมท astore ครับ
แต่หากทำ Blog แบบรวมๆ ก็ต้องมีทั้ง aStore Link และ Build Text Link ไปยังหน้าสินค้า amazon
จากนั้นก็เป็นขั้นตอนการทำงานจริงบางครั้งเราก็อยากแน้นฮิตไปที่ aStore อันนี้เราจำเป็นต้องส่งลิงก์เข้า aStore ครับยิ่งเราทำ Blog หมวดเฉพาีะ ๆ สินค้าและสังเกตได้ว่าระยะแรกคนเข้าบล๊อกเรามาจากคีย์ในตัวสินค้านั้นก็สามารถแน้นไปที่ aStore ได้เลยครับ ซึ่งตรงนี้ต้องอาศัยการเก็บสถิติลิงก์เข้าและออกมาศึกษาขั้นต่อไป
นอกจากนั้นการใช้งาน Build Text link เพื่อนำทางไปยังหน้าสินค้า amazon ก็เนื่องจากเราอาจไม่มี astore ที่ตรงกับหมวดหมู่สินค้าที่เรากำลังนำเสนออยู่ หรือสังเกตใด้ว่าคนที่เข้ามายัง Blog ของเรามีความสนใจหลากหลายการเลือกใช้งาน Build Text link ก็จะมีประโยชน์มากกว่า
นอกจาก 2 ทางข้างต้นแล้วการทำ Link to aStore นั้นยังมีนัยสำคัญทางด้าน SEO ให้กับ aStore ด้วย เช่นในกรณีที่เราต้องการดัน aStore ของเราให้มีอันดับที่ดีในระบบเสริชครับการนำทางด้วย Link to aStore ก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นไปด้วยครับ
โดยรวมก็ได้ประโยชน์ทั้ง 2 แบบทีนี้ก็จะขึ้นกับสถานการณ์และวาระเหตการณ์ต่างๆ นั่นเองที่เราจะมาปรับประยุกต์ใช้งานต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าคำแนะันำของผมไม่ได้เป็นบรรทัดฐานที่สม่ำเสมอหรือถูกต้องตรงไป เพราะการทำ SEO ยังมีอีกหลายปัจจัยในด้านตัวแปรต่างๆ ที่ทำให้สภาพแวดล้อมของเวลานั้นๆ เปลี่ยนแปลงไปด้วยครับ
Anonymous # Wednesday, April 2, 2008 12:46:50 PM
YOKEYyokey # Wednesday, April 2, 2008 12:59:27 PM
Anonymous # Sunday, November 29, 2009 11:20:13 AM
YOKEYyokey # Sunday, November 29, 2009 12:03:45 PM
Anonymous # Tuesday, May 4, 2010 3:34:22 AM