Saturday, 22. December 2007, 06:24:58

5 วิธีเขียนเรื่องซ้ำ อย่างมีชั้นเชิง ในมุมมองอย่างจอห์น redtor.com จั่วหัวไปแล้วครับว่าเป็นเรื่องซ้ำ
บล๊อกเกอร์หนุ่มไฟแะงและแน่นอนว่า แดงดีสีไม่ตกคงต้องยกให้ คุณจอห์น
http://www.redtor.com/ สำหรับวิธีการของ redtor.com นั้นเห็นแล้วว่า 5 วิธีนั้นได้ผลสวยงามและไม่น่าเกลียด
ซึ่งในมุมมองของคุณจอห์นนั้นเป็น 5 วิธีการสำหรับความจำเป็นในการเขียนเรื่องซ้ำ หรือการทำ duplicate content writer เลยทีเดียว
มาดูข้อหัว 5 ข้อสำคัญที่คุณจอห์นแนะนำกันครับ
5 วิธีเขียนเรื่องซ้ำ อย่างมีชั้นเชิงการเขียนเรื่องซ้ำนั้น ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร เรียกว่าเอากึ๋นมาวัดความเป็น บล็อกเกอร์ กันเลย
5 วิธีที่จอห์นจะแนะนำมีดังนี้
1.ถ้าว่าเรื่องนั้นถูกเขียนแล้ว ให้วิเคราะห์ บทความของ บล็อกเกอร์ ท่านนั้น
ว่ายังมีข้อ บกพร่อง หรือหล่นหายในประเด็นได้บ้างเช่น บล็อกเกอร์ โป้ง บอกว่า ติ๋มมีแฟน แล้ว
ให้ไปสืบมาว่า แฟนติ๋ม ใช้รถอะไร ใช้ 95 หรือ แกซโซฮอลล์ การลงข้อมูลในเชิงลึก
จะทำให้คนอ่านบล็อก เห็นถึงความทุ่มเท ของคนเขียน บล็อกได้เป็นอย่างดี
2.ถ้าว่าเรื่องนั้นถูกเขียนแล้ว จากต้นฉบับเดียวกัน เนื้อหาเดียวกัน อาจจะเป็นงานแปล ก็ได้
ให้เราใส่ความเห็นและทัศนะคติ ลงไปให้คนอ่าน บล็อกทราบว่า เราก็มีความเห็นต่อเรื่องนั้นๆ
ไม่ใช่ว่า Copy มาโพส อย่างเดียว การแสดงความเห็นหรือทัศนคติ
ต่อบทความในเรื่องเดียวกัน เรียกว่าวัดกึ๋น บล็อกเกอร์ กันเลยทีเดียว
3.การดัดแปลงสำนวน ด้วยความความความสามารถเฉพาะ ตัวของคุณนั้น
สำนวนส่อการศึกษา การเขียนบล็อกไม่ต้องเรียนสูงมากมาย
เพียงแต่ คุณเลือกใช้ ท่วงทำนอง จังหวะที่ชัดเจน บทชกต้องชก บทถอย ต้องถอย เหมือนนักมวย
เรียกว่า เล่นกับคนอ่าน ให้เวียนหัวไปเลย
4.อย่าอายที่จะอ้างไปถึง ต้นฉบับ เสน่ห์ของบล็อกอยู่ที่การ เชี่ยมโยงเอกสารเข้าหากัน
เหมือนการเขียน วิทยานิพนธ์ เค้าก็อ้างอิงจากหลายๆที่ กว่าจะได้ออกมา 1 เล่ม
เช่น แพทบอกว่า อั้มหน้าเหี่ยว เก่งก็ย้ำว่า อั้มหน้าเหี่ยวไม่พอ แถมยังมีสิว และใช้ ครีมกวนอิม เป็นประจำ
การเขียน เรื่องแนวนี้ จะทำให้ คนอ่านทราบว่า คนเขียนบล็อกนั้น มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้น ลึกเพียงใด
5.ถ้าคนที่เขียนคนแรก เขียนบล็อกเรื่องนั้น ได้วิเศษ นิยมแล้ว ไม่มีที่ติ ก็ทำลิงค์ไปแทน
โดยไม่ต้องดัดแปลงให้เสียของ
ทั้ง 5 นี่ถือว่าเป็นความสามารถทั้งเฉพาะตัวและต้องมีการฝึกฝนกัยเลยทีเดียวครับ
เพราะบางครั้งมีเรื่องมีรายหลายอาจโดนใจเราก็อยากเขียนแต่การจะเขียนให้เหมือนโดยไม่มีเครดิตก็ยังเป็นเรื่องที่น่าเกลียดสำหรับวงการบล๊อก เพราะถือว่าต้นฉบับนั้นก็มาจากน้ำพักนำแรงและสมองเขาจริง ๆ เพราะฉะนั้นการทำแหล่งที่มาอย่างข้อที่ 4 และ ข้อที่ 5 อย่างที่คุณจอห์นกล่าวมานี่ก็ถือเป็นสิ่งดีและสวยงาม ซึ่งเป็นการให้เครดิตแก่ต้นฉบับได้เป็นอย่างดี ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่ติดตามบล๊อกเราเองก็คงดีใจหากเข้ามาบล๊อกเราแล้วยังมีแนะนำบล๊อกดี ๆ ที่มีเนื้อหาโดนใจ ดังที่ว่าลุกค้าใครลูุกค้ามัน ซึ่งการบริการในรูปแบบนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องราวธรรมดาของการเขียนบล๊อก ซึ่งจำเป็นต้องมีที่มา และเอกสารอ้างอิงเหมือนกับนักเรียนนักศึกษาทำรายงานส่งอาจารย์กันนั่นเองครับ (แต่อย่างไปอ้างที่มาจาก Google.com นะครับ หากันตายเลย)
แต่หากเป็นเนื้อหาเอามาดัดแปลงก็เป็นการยากอยู่พอสมควรแต่หากเป็นภาษาไทยนั้นก็ยังสามารถใช้อรรถประโยคที่สามารถทับซ้อนแทนที่กันได้ เพราะเมืองไทยเรามี 4 ภาคก็ใช้สำเนียงภาษาที่สละสลวยคนละรูปแบบกัน ซึ่งตามที่คุณจอห์นกล่าวไว้ว่า
3.การดัดแปลงสำนวน ด้วยความความความสามารถเฉพาะ ตัวของคุณนั้น
สำนวนส่อการศึกษา การเขียนบล็อกไม่ต้องเรียนสูงมากมาย
เพียงแต่ คุณเลือกใช้ ท่วงทำนอง จังหวะที่ชัดเจน บทชกต้องชก บทถอย ต้องถอย เหมือนนักมวย
เรียกว่า เล่นกับคนอ่าน ให้เวียนหัวไปเลย
อันนี้ก็เป็นการแสลงแปลงกายบทความนั้นให้เป็นรูปแบบใหม่
แต่บางครั้งบางบทความก็โยงไปถึงจุดจบหรือบทอวสานของมัน คือการกล่าวไปถึงผลของเหตุที่มา หรือบทสรุปนั่นเอง ซึ่งตรงจุดนี้การยำต้นฉบับจึงไม่ได้เป็นทางออกที่ดีที่สุด ซึ่งบางครั้งหากเราเจอบทความดี ๆ น่าสนใจมีแรงจูงใจที่ดี อย่างกรณีเป็นการเขียนถึงการขาย สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ ตรงนี้เราสามารถเอาลีลาการวางสำนวนของต้นฉบับที่โดนใจมา รีไรท์ได้สบายหน่อย เพราะเรามีผลคนละอย่างกัน แน่นอนว่าเมื่อเหตุคล้ายกันผลต่างกัน หรือเป้าหมายบทสรุปต่างกันบทความของเราก็เป็นเอกอุ หรือกลายไปเป็นต้นฉบับ
การอ่านมาก เรียนมากก็ถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีของวิธีการนี้ อ่านมาก ๆ หลาย ๆ แนวหากมีเวลาก็ช่วยให้เรารู้จักสำบัดสำนวนมากขึ้นต่อไปเราอาจไม่ต้องสรรหาบทความโดนใจของใครต่อใครมาใช้อีก แน่นอนการเขียนบ่อย ๆ ก็เป็นการทดลองอย่างหนึ่งครับ หากมีบล๊อก อย่าลืมเขียนบล๊อกทุกวันนี้คุ้ยมันไปเรื่อย ๆ อย่างผมไม่มีอะไรจะเขียนแก้ขัดแก้เขินก็ไปจิ๊กมาแบบนี้ละครับ
อ่านต่อบทความต้นฉบับโดนใจเรื่อง
5 วิธีเขียนเรื่องซ้ำ อย่างมีชั้นเชิง ในมุมมองอย่างจอห์น redtor.comปล. ฝากคุณจอห์นติชมด้วยครับ